ดูหนังออนไลน์
Entertainment

เปิ้ล หัทยา เปิดใจครั้งแรก กับชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป หลังสูญเสียสามี ตั้ว ศรัณยู

ถือเป็นการเปิดใจครั้งแรกสำหรับ เปิ้ล หัทยา กับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ตั้ว ศรัณยู จากไปอย่างไม่มีวันกลับ และห่างหายจากการทำงานบันเทิงไประยะหนึ่งเพื่อพักรักษาใจให้แข็งแรงมากขึ้น เตือนให้ทุกคนอย่าลืมดูแลและตรวจสุขภาพเป็นประจำ และยังบอกอีกว่ารู้สึกเหมือนพี่ตั้วยังอยู่รอบตัว ส่วนเรื่องละครที่ยังไม่จบจะมีพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ มาช่วยกำกับด้วย และลูกสาวอย่างน้องหนุนที่จะเข้ามาเรียนรู้งานด้วย พร้อมเผยชีวิตหลังจากนี้ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยววางแพลนไว้อย่างไรบ้าง พี่เปิ้ลได้มาเล่าให้ฟังในรายการคุยแซ่บ SHOW ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และ อาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

เปิ้ล : “เราก็ต้องรู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง เรารู้ว่าตรงไหนเราควรนิ่ง ตรงไหนเราควรเป็นยังไง เราต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าถามว่าโอเคไหมมันก็ไม่เต็มร้อย เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ แต่ตอนนี้เรามีชีวิตอยู่เราต้องทำยังไงมากกว่าที่มา”

ออกรายการเพราะต้องการเตือนคนอื่นให้ดูแลเอง?

เปิ้ล : “พี่เปิ้ลว่าบางทีคนเราอาจจะลืมเรื่องของการดูแลสุขภาพเพราะคิดว่าเราแข็งแรงแล้ว พี่ตั้วเป็นคนแข็งแรงนะคะ แต่ว่าพี่ตั้วมีไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว เขาก็ตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี แต่มีแค่ปี 61 62 ที่ไม่ได้ไปตรวจร่างกาย อาจจะคิดวาแข็งแรงอยู่มาตั้งนานแล้วไม่เป็นอะไร เราไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆ มันคืออะไรที่ตับทำงานหนักจนอักเสบแล้วกลายเป็นมะเร็ง พี่ตั้วเป็นคนออกกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อาจจะมีจุดพลาดอะไรบางอย่าง เราก็บอกไม่ได้ เราอยู่ด้วยกันก็เช็กละเอียดเลย เรามีภูมิคุ้มกันอยู่ด้วยกันก็ไม่มีผลอะไรเลย ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเลย ที่เราไปตรวจก็ไม่ได้เป็นไวรัสตับอีกเสบบี แล้วลูกก็ไม่เป็น รุ่นลูกเขามีวัคซีนได้รับแล้ว

พร้อมกลับมาทำงาน?

เปิ้ล : “กว่าพี่เปิ้ลจะกลับมาทำงานก็นิ่งอยู่พักใหญ่ จัดรายการวิทยุไม่ได้ก็ต้องเลิกจัดช่วงนั้น ส่วนลูกน้องหนุนโชคดีที่เรียนจบพอดี ส่วนน้องหนังกลับมาจากเกาหลีมาเจอช่วงโควิดก็ยังไม่ได้กลับไป ก็ได้มาอยู่ในช่วงสุดท้ายของพี่ตั้ว แต่ลูกสาวก็จะมีคาใจว่าถ้าเราไปทางนี้มันจะเป็นแบบนั้น”

รู้สึกเหมือนพี่ตั้วยังอยู่รอบตัว?

เปิ้ล : “พี่รู้สึกเหมือนพี่ตั้วอยู่ ความรู้สึกมั้ง บางทีมันก็บอกไม่ได้ แค่ความรู้สึกของเราเท่านั้นเอง ไม่เคยฝันถึงเลยค่ะ อาจจะมีได้กลิ่นบ้าง ลูกสาวก็พูดว่าทำไมเวลาเจอคนโน้นคนนี้ถึงบอกว่าฝันถึงพี่ตั้ว แล้วทำไมเราไม่เจอเลย มีบางครั้งที่เราก็พูดคนเดียวนะ เป็นยังไงบ้าง อยู่ที่ไหนเนี่ย หรือบางครั้งเราได้ทำอะไรในสิ่งที่เราชอบคล้ายๆ กัน เช่น แมนยูชนะแล้วนะได้ดูหรือเปล่า แต่ตอนนี้พี่ดูบอลไม่ได้แล้ว”

ประโยคสุดท้ายพี่ตั้วสั่งอะไรไว้บ้าง?

เปิ้ล : “มันไม่ได้เชิงสั่ง ที่แปลกคือพี่ตั้วจากไปวันที่ 10 เป็นวันเดียวกับที่แม่พี่ตั้วเสียชีวิต ซึ่งเราแบบขอให้ผ่านวันนี้ไปเพราะว่าทุกคนรู้ เขาเลือกที่จะไปวันเดียวกัน”

หลังการสูญเสียคุยกับลูกๆ มากขึ้น?

เปิ้ล : “เราเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างสนิทกันคุยกัน หนุนเขาจะเห็นพี่ตั้วมาตั้งแต่พี่ตั้วมีอาการที่เจ็บหลังหกล้มตุลาปีที่แล้ว หนุนค่อนข้างจะเข้าใจ หนังเขาจะอยู่เกาหลีมาตลอด เขามีคำถามเยอะ เช่น แม่ว่าพ่อเขาอยู่แถวนี้ไหม แม่ว่าพ่อจะรู้ไหมเราคิดถึงเขา เขาจะมีคำถามหลายอัน เราจะให้กำลังใจกันมากกว่าว่า หนังต้องกลับไปเกาหลี หนังมีสิ่งที่หนังต้องทำ ต้องสานต่อ น้องหนุนเขาเรียนจบเขามาตอนพ่อมีละครค้างอยู่ เขาก็ขอเข้าประชุมมีเพื่อนสนิทพี่ตั้วอีกคนนึงคือพี่หมีกำกับด้วย และอาจจะมีพี่อ๊อฟ เข้ามาช่วยบ้าง เพราะพี่อ๊อฟก็งานเยอะ”

หลังจากนี้ผู้สืบทอดสิ่งที่พี่ตั้วสร้างมาคือน้องหนุน?

เปิ้ล : “ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะค่ะ พี่ตั้วก็มีทีมงานที่แข็งแรงนะคะ ที่ทำด้วยกันมาค่อนข้างหลายเรื่อง ก็ยังมาประชุม ในเรื่องของงานก็ห่วงคะเพราะเรื่องล่าสุดก็ยากเหมือนกัน ทีมงานก็ผูกพันค่ะ เราอยู่กันเป็นครอบครัว”

พี่อ๊อฟจะเข้ามาช่วยดู?

เปิ้ล : “ใช่ค่ะ ในส่วนของละครที่ยังค้างคาอยู่”

จบละครแพลนงานสานฝันของพี่ตั้วต่อ?

เปิ้ล : “ยังมีบทหลายๆ เรื่องที่พี่ตั้วเขียนค้างเอาไว้ ละครที่คุยค้างไว้ ก็คงหาทีมทำ”

พี่อ๊อฟพูดว่ายังไงบ้าง?

เปิ้ล : “พี่อ๊อฟเขาน่าจะรู้ใจพี่ตั้วหลายเรื่อง มีบ้างที่ต่างคนต่างยุ่งแล้วห่างๆ กันไป แต่พี่อ๊อฟจะมาช่วงวันสุดท้ายก่อนพี่ตั้วจะจากไปก็อยู่ด้วยกัน จะมาตลอดเลย”

ถ้าหากพี่ตั้วมาหาจะพูดอะไรเป็นประโยคแรก?

เปิ้ล : “จะถามว่าอยู่ที่ไหนเป็นยังไง สบายดีไหม เจอใครบ้าง”

เหมือนพี่เปิ้ลบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ ต้องสตรองมากแค่ไหนในแต่ละวัน?

เปิ้ล : “พี่เปิ้ลว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านการเป็นแม่ เขามีจุดแข็งแรง ร้องไปยิ้มไป”

ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ได้เห็นพี่เปิ้ลเลย?

เปิ้ล : “เอาจริงๆ พี่ว่าบางทีข่าวออกเยอะแล้ว เราอย่าไปคิดว่าชีวิตเราสำคัญที่สุด เราควรที่จะรู้ว่าทุกคนมีเรื่องราวมากมายบนโลกใบนี้ ยิ่งตอนนี้โควิด เศรษฐกิจก็แย่ เราเลยไม่อยากบอกไปเก็บไว้เป็นส่วนตัว”

หลังจากงานศพพี่ตั้ว น้องหนังไปปฏิบัติธรรม?

เปิ้ล : “น้องหนังเค้ามีคำถามเยอะ เป็นเด็กที่อยู่ต่างประเทศคนเดียว บางทีเขาจะเสิร์จหาข้อมูลว่าโรคนี้มีหนทางอะไรยังไง เขาจะคิดวกวนว่าเราช่วยพ่อได้ไม่เต็มที่หรือเปล่า เขาว้าวุ่นใจ เขาเลยคิดว่าหนูจะไปทำอะไรดีให้มันหายว้าวุ่นใจ เขาคงคิดว่ามันคงมีหนทางแบบการนั่งสมาธินิ่งๆ เขาไม่เห็นทำได้เลย มีอะไรเข้ามาในหัวในใจสมองเยอะ ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อน”

วันที่น้องตัดสินใจจะไปเข้าป่าไปด้วย?

เปิ้ล : “ตอนแรกเขาไปเสถียรธรรมสถานก่อน นอนก่อนหนึ่งคืนแล้วน้องหนุนจะตามไปสมทบ แม่ชีบอกว่าเดี๋ยวยายจะไปเพชรบุรีมันเป็นเสถียร 2 เขาเลยโทรมาถามเขา ก็ฝากจัดเตรียมชุดให้เขาไป หลังจากกลับมาแล้วเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนทันที เนื่องจากเขาเป็นวัยรุ่นเขาก็ยังมีอารมณ์ร้อนปกติ เขาน่าจะเข้าใจมากขึ้น เขาก็กลับมาเล่าให้ฟังอยู่ยังไง นอนยังไง เขาบอกว่ายังทำไม่ได้มันยาก นั่งสมาธิให้ใจมันนิ่งมันสงบเขาบอกไม่เรื่องง่าย แต่น้องหนังเขาอยากไปอีก ส่วนน้องหนุนบอกใจเรานิ่งกว่าอยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติธรรมได้”

น้องหนุนเรียนจบแล้วเกียรตินิยมอันดับ 1 ?

เปิ้ล : “ยังไม่มีโอกาสได้ฉลองกันเลย วิธีการทำธีสิสมันเปลี่ยนไปเพราะโควิด เขาเลยเพิ่งมารู้ก่อนพี่ตั้วจากไปแปปเดียวเอง น้องรู้ว่าพี่ตั้วเป็นอะไรแต่ไม่รู้ว่าถึงขั้นไหน พี่ตั้วรู้ว่าลูกได้เกียรตินิยม ก่อนไปเขาก็ยังสื่อสารกันได้อยู่”

น้องหนุนอยากกลับมาสานต่องานละครพ่อ?

เปิ้ล : “ไม่เคยบอกค่ะ เขาเคยบอกว่าพ่อชวนไปกอง หนุนจะเป็นคนที่ทำอะไรทีละขั้นตอน ยังเรียนอยู่ไปออกกองไม่ได้ พอเรียนจบเขาบอกพร้อมไปออกกกองแล้ว เขาก็มาสายบันเทิงทั้งคู่ ชอบร้อง ชอบดนตรี”

อยากเห็นลูกหน้าจอทีวีไหม?

เปิ้ล : “เฉยๆ นะ เพราะน้องหนุนเป็นคนขี้อาย เรียกแคสงานอะไรก็ไม่ไป น้องหนังก็ใกล้จะจบแล้วตอนนี้เรียนออนไลน์”

ตอนนี้ห่วงอะไรลูกๆ ?

เปิ้ล : “ใจเขาอาจจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุการณ์มันเพิ่งไม่นานต้องใช้เวลาค่ะ”

พี่ตั้วสั่งเสียอะไรถึงลูก?

เปิ้ล : พี่ตั้วเคยบอกว่าน้องหนังเป็นเด็ก ที่เขาจะเอาซีรีส์เกาหลีให้พี่ตั้วดูแล้วบอกว่าพ่อต้องไปดูงานหนูที่เกาหลีนะ พี่ตั้วก็ยกมือว่าไป พี่ตั้วเลยบอกว่าเปิ้ลต้องสนับสนุนน้อง อยากจะทำอะไรมีความฝันอะไรทำให้เต็มที่อย่าช้า เพราะพี่เปิ้ลเป็นคนที่ทำอะไรช้าคิดแล้วคิดอีก

ตอนที่พี่ตั้วความดันค่อยๆ ลดลง เป็นยังไงบ้าง?

เปิ้ล : พี่อ๊อฟพี่เอ๋บอกตลอดอย่าร้องไห้ น้ำตาห้ามหยดโดน เราก็เดินวนไปวนมาที่เตียง

ตอนนี้เป็นคุณแม่คนเดียวที่เลี้ยงลูก เตรียมพร้อมยังไงบ้าง?

เปิ้ล : “มันพร้อมในเรื่องของการทำงาน พร้อมในเรื่องของการแก้ปัญหา แต่เราก็เอาวะลุย พี่เปิ้ลอ่านทุกข้อความที่คนส่งมาให้กำลังใจเลยนะคะ ทั้งทางเฟซบุ๊กไอจี แต่บางทีมันตอบไม่ทัน”

วางแผนเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวยังไง?

เปิ้ล : “จริงๆ แล้วชีวิตทุกคนมีการวางแผนไว้ระดับนึง แต่เราต้องเข้าใจว่าชีวิตทุกคนมันต้องปรับให้ได้ ตอนนี้พี่เปิ้ลเน้นเรื่องการดูแลตัวเองให้แข็งแรง ใจเราอาจจะมีบ้างที่เปราะบางแต่เน้นให้แข็งแรง น้องก็เน้นออกกำลังกายเกือบทุกวัน ตรวจสุขภาพตรงนี้ที่เราให้ความใส่ใจ โชคดีที่น้องเรียนจบกันแล้ว น้องหนังก็มีทิศทางของเขาแล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะสานต่อหรือเดินต่อยังไง เราจะไปกำหนดเขาไม่ได้ต้องฟังเขาว่าเขาอยากทำอะไร”

ละครที่พี่ตั้วสร้างไว้?

เปิ้ล : “ก็ทำต่อ ทำที่ค้างอยู่ให้เสร็จแล้วก็เสนอต่อ เพราะมีทีมงานของเขาอยู่แล้ว น้องหนุนก็จะเข้ามาช่วย น้องมาเรียนรู้กันไปกับทีมงานแหละ”

ตอนพี่ตั้วอยู่ถ่ายวีดีโอครอบครัวไว้เยอะมาก?

เปิ้ล : “เยอะมาก ถ่ายครอบครัว พี่เปิ้ลจำได้พี่ตั้วถ่ายตั้งแต่อยู่ในห้องคลอด ถ่ายทุกอย่างถ่ายเยอะมากเป็นพันๆ ม้วน มีคืนนึงนั่งดูกัน 3 คนแล้วมองหน้ากัน ถ่ายทุกช็อตจริงๆ”

มียูทูปด้วย?

เปิ้ล : “เราคุยเรื่องการทำยูทูปกันตั้งแต่เดือนเมษายน พอรู้พี่ตั้วไม่สบายหนักขึ้นเราก็บอกหยุดก่อน พี่ตั้วยังบอกเลยว่าทำหรือยังหัทยาวงเนี่ย ช้าจังเลย จนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านไปก็เพิ่งมาทำเองเป็น ep.0 หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปก็เพิ่งเอามาทำเอง คำว่าวง ส่วนนึงเอาจากวงษ์กระจ่างเป็นการขอบคุณพี่ตั้วมากกว่า”

ทำไมถึงตั้ง ep.0?

เปิ้ล : “เหมือนกับว่าเรายังไม่ได้เริ่ม ep.1 อีพีนี้เป็นอีพีพิเศษ ep.0 คือเรื่องราวที่ไม่มีวันสูญหาย”

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บ Show ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ :

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai