ดูหนังออนไลน์
General

‘ประวิตร’ เร่ง ‘กรมน้ำบาดาล’ เติมน้ำลงใต้ดิน ‘ภาดล’ รับลูกฟื้นฟูบึงสีไฟ

“ประวิตร” เร่งรัดให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเติมน้ำลงสู่ใต้ดิน ผ่านระบบบ่อวง 500 บ่อ ให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งทำธนาคารน้ำใต้ดินทุกตำบลให้เสร็จภายใน 1 เดือน ด้าน “ภาดล” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ รับลูกพัฒนาบึงสีไฟ ตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรี 

วันนี้ (21 ก.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำ และการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร ได้สั่งการเร่งรัด ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เติมน้ำลงสู่ใต้ดิน ผ่านระบบบ่อวง 500 บ่อ สั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งทำธนาคารน้ำใต้ดิน โดยให้ทำทุกตำบลใ ห้เสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อรับน้ำฝน

การกระทำดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขัง และหมุนเวียนน้ำ กลับมาใช้ในฤดูแล้ง ทั้งยังให้กรมเจ้าท่า เร่งขุดลอกบึงสีไฟ เพื่อรองรับน้ำในฤดูฝนให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพจัดทำแผนพัฒนาฟื้นฟูบึงสีไฟ พร้อมแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับปรุงทางน้ำเข้า – น้ำออก เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำ ในแม่น้ำพิจิตร

พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันดูแลทรัพย์สินของทางราชการ และควบคุมการเติมน้ำใต้ดินให้เป็นไปตามหลักวิชาการ รวมทั้งร่วมกันใช้ทรัพยากรน้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่าเพื่อให้ทุกคน มีน้ำใช้ร่วมกันอย่างเพียงพอตลอดปี

ทางด้าน นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมเรื่องการอนุรักษ์ฟื้นฟูบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร ซึ่งการฟื้นฟูพัฒนาบึงสีไฟ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นการเพิ่มศักยภาพ ในการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุน สำหรับการอุปโภคบริโภค และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

พื้นที่ดังกล่าว ยังสามารถพัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่สำคัญ คือ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ด้านระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมในบึงสีไฟ พบนกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 80 ชนิด เป็นนกน้ำกว่า 35 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพ ไม่น้อยกว่า 30 ชนิด รวมทั้งพบพันธุ์ปลาอย่างน้อย 33 ชนิด และพันธุ์พืชมากถึง 49 ชนิด

ถ้าฟื้นฟูเสร็จ อาจจะมีการดำเนินการพัฒนาบึงสีไฟในระยะต่อไป เพื่อทำให้บึงสีไฟเป็นสถานที่เก็บกักน้ำได้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วย โดยเมื่อขุดลอกแล้วเสร็จ  บึงสีไฟจะมีความจุประมาณ 12 ล้าน ลบ.ม.

“ภาระกิจดังกล่าวนี้ ที่ได้มอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยบึงสีไฟ ถือเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ แม่น้ำพิจิตรสายเก่า ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร ที่สำคัญก็คือ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ 1 ใน 69 แห่งของประเทศไทย”

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า แม่น้ำพิจิตรสายเก่า มีความยาวตลอดลำน้ำ ประมาณ 127 กิโลเมตร ปัจจุบันมีวัชพืชขึ้นหนาแน่นตามลำแม่น้ำ เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนมา เติม  ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดสองฝั่งลำน้ำ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร และไม้ผลยืนต้น

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มอบนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาและอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรสายเก่า ดังนี้

  • ปรับปรุงอาคารบังคับน้ำ และประตูระบายน้ำ บริเวณช่วงต้นน้ำ กลางน้ำและช่วงปลายน้ำ

ดำเนินการ 3 จุด คือ ประตูระบายอาคารบังคับน้ำดงเศรษฐี ประตูระบายอาคารบังคับน้ำตำบลวัดขวาง และ ประตูระบายอาคารบังคับน้ำวัดบางคลาน โดยให้แล้วเสร็จทันพร้อมรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้

  • กรมชลประทาน เร่งสำรวจออกแบบลำน้ำแม่น้ำพิจิตรสายเก่าทั้งระบบให้แล้วเสร็จภายในปี 2563
  • สทนช.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตามการสำรวจออกแบบของกรมชลประทาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team