ดูหนังออนไลน์
Business

ราคาทองคำพุ่งไม่หยุด! เปิด 4 เทคนิคส่อง ‘ทองแท้’ ป้องกันถูกหลอก

ราคาทองคำ พุ่ง! “วายแอลจี” เผยค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง หนุนราคาทองในประเทศพุ่งยาว พร้อมแนะ 4 เทคนิคการดูทองแท้ป้องกันความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ

“วายแอลจี” เผย ทองคำในประเทศทำสถิติราคาปรับขึ้นมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 27,250 บาท หลังค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ทองคำในตลาดโลกนิวไฮปีนี้ที่ 1,820 ดอลลาร์ต่ออออนซ์ คาดช่วงนี้ ค่าเงินบาท ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง จากปัจจัยภายในประเทศ ส่งผลทองคำในประเทศยังมีโอกาสไปต่อได้

พร้อมมองกรอบการเคลื่อนไหวทองคำ มีแนวรับ 1,804-1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดแนะนำซื้อสะสม ลุ้นขายทำกำไรในโซน 1,831-1,843 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมแนะ 4 เทคนิคสังเกตทองคำแท้ ตรวจสอบสี และน้ำหนักทอง ขอใบรับรองน้ำหนักทอง และซื้อจากผู้ค้าที่น่าเชื่อถือ หรือ ลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์สทางเลือกใหม่ ไม่มีความเสี่ยงจากปัญหาทองปลอม

ราคาทองคำ

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ราคาทองคำแท่ง 96.5% เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 27,250 บาท ถือว่าเป็นราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์

แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลก จะยังไม่สามารถทำลายสถิติเดิมที่ระดับ 1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่ทำไว้เมื่อเดือนกันยายน 2554 แต่จากการอ่อนค่าของเงินบาท ในช่วงนี้ จึงทำให้ราคาทองคำในประเทศอยู่ระดับสูงกว่าปี 2554 ซึ่งช่วงนั้นค่าเงินบาทอยู่ในระดับต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าเคลื่อนไหว 31.60-31.85 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ทิศทางทองคำในระยะกลาง และระยะยาวยังสดใส แม้ว่าระยะสั้น จะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง มองว่า หากราคายังทรงตัวเหนือกรอบแนวรับบริเวณ 1,804-1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังมีลุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,831-1,843 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ โดยยังคงเป้าหมายของปีนี้ที่ 1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าไม่ไกลจากระดับปัจจุบันนัก

สำหรับคำแนะนำนักลงทุน หากราคาปรับลดลงใกล้แนวรับ แนะนำให้ “ซื้อสะสม” เพราะทิศทางทองคำ ระยะกลาง ระยะยาวยังเป็นขาขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐ และสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ยังระบาดอย่างต่อเนื่องซึ่งจะสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุน คาดว่า ธนาคารกลางและรัฐบาลของแต่ละประเทศจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางการเงินและการคลังต่อไป จึงเป็นผลเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำ

อย่างไรก็ตาม อาจมีปัจจัยลบอย่างความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19 เข้ามาส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาเป็นระยะ จึงแนะนำว่าหากราคาแกว่งตัวขึ้นให้ทยอยขายบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง และต้องกำหนดจุดขาดทุนประกอบการลงทุนอย่างชัดเจน

ราคาทองคำ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ ราคาทองคำ ถือว่าปรับขึ้นมาสูงกว่า 8 ปี ทำให้มีข่าวในบางประเทศที่มีทองคำปลอมออกมาหลอกลวงผู้บริโภค ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อทองคำแท่งที่เป็นทองคำจริงนั้น ทาง YLG มีวิธีแนะนำการสังเกตทองคำดังนี้

1. สังเกตที่สีของทองต้องไม่ผิดเพี้ยน รวมถึงเนื้อทองคำต้องไม่มีสิ่งปลอมปนทำให้ตัวทองคำบิดเบี้ยว

2. เลือกซื้อทองคำกับผู้ค้าที่มีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ และสังเกตตราประทับสัญลักษณ์ของร้านทองต้องชัดเจน

3. ตรวจสอบน้ำหนักทองคำให้ตรงกับจำนวนที่ซื้อ รวมถึงต้องขอใบเสร็จรับรองน้ำหนักทองคำจากผู้ขายทุกครั้ง

4. ไม่ซื้อทองคำที่ราคาต่ำกว่าราคาที่สมาคมค้าทองคำประกาศ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเป็นทองปลอม

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถเลือกการลงทุนในทองคำผ่านโกลด์ฟิวเจอร์ส(Gold Futures) เป็นทางเลือกได้เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการซื้อขายด้วยเงินบาทที่ไม่มีปัญหาเรื่องความกังวลจากทองคำปลอมอีกด้วย

ทั้งนี้ สมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำวันนี้ (21 กรกฏาคม) ยังคงพุ่งสูงสร้างประวัติการณ์ต่อเนื่อง โดยวันนี้ ทองคำราคาพุ่ง แตะ 27,800 บาท สำหรับทองรูปพรรณ 96.5% ขายออก และรับซื้อบาทละ รับซื้อ 27,200 บาท ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ของรอบวัน จากช่วงเช้าประกาศราคา ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 27,750 บาท รับซื้อบาทละ 26,666.44 บาท

สำหรับทองคำแท่ง 96.5% ขายออกบาทละ 27,300 บาท และรับซื้อบาทละ รับซื้อ 27,200 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเช้าที่ประกาศราคาทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 27,250 บาท และรับซื้อบาทละ 27,150 บาท ทั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นถึง 100 บาท จากวันที่ 20 กรกฏาคม 2563 ที่ผ่านมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
Siree Osiri
Siree Osiri OHO BANGKOK