ดูหนังออนไลน์
Politics

‘ก้าวไกล’ ปัดส่งท่อน้ำเลี้ยง ‘เยาวชนปลดแอก’ ชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

“โฆษกก้าวไกล” ปัดส่งท่อน้ำเลี้ยง “เยาวชนปลดแอก” นัดชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 63) ด้าน “ศรีสุวรรณ” จี้เอาผิดแกนนำม็อบฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษก พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เมื่อเย็นวาน (18 ก.ค. 63) ตนเสร็จสิ้นภารกิจจากจังหวัดเชียงราย และคอยติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกตั้งแต่ลงเครื่องที่สนามบินดอนเมือง จากนั้นจึงเดินทางไปเพื่อสังเกตการณ์และรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมชุมนุม เนื่องจากมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา สะสมตั้งแต่สมัยที่เป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาหลักได้

อย่างไรก็ตาม แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญตรงนี้ได้ เพราะประชาชนมองข้าม พล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้ว มีแต่ต้องยุบสภาเท่านั้น

ก้าวไกล เยาวชนปลดแอก

แค่สังเกตการณ์ ไม่ได้แนะนำ “เยาวชนปลดแอก”

นอกจากนี้ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรเอง มีการพยายามตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว แต่ตนได้กลิ่นมาว่า รัฐบาลมีความพยายามที่ไม่ให้มี กมธ. ชุดดังกล่าว นั่นหมายความว่า พวกเขาไม่อยากรับฟังความเห็นของนักศึกษา ซึ่งการที่มีการชุมนุม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

“ในส่วนของผมและพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่า เราจะไม่แทรกแซงการชุมนุม ไม่มีการให้คำแนะนำแต่อย่างใด เพราะเราอยากเห็นบรรดาแกนนำเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่จากพลังที่บริสุทธิ์ โดยเราจะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น” นายณัฐชากล่าว

สิ่งที่แตกต่างจากการชุมนุมทางการเมืองครั้งที่ผ่านๆ มา คือ การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ เพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เหมือนกับการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมานับแต่ตั้งแต่ปี 2549

แต่การชุมนุมในครั้งนี้ คนที่ออกมา ออกมาเพื่อตัวพวกเขาเอง จากหลายๆ ปัจจัยที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเรื่องการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองอย่างการจัดเตรียมพื้นที่ การรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะร่วมชุมนุม หรือการจัดประเด็นการพูดให้มวลชนที่มาฟังแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย

“ศรีสุวรรณ” จี้เอาผิดแกนนำม็อบ

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่ม เยาวชนปลดแอก – Free YOUTH ได้ปลุกระดมให้คนออกมาชุมนุมกันในวันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.ต้องประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ยังไม่ยุติ และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยังห้ามการรวมกลุ่ม หรือการชุมนุมต่างๆ นั้น

การจัดชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา เช่น  การฝ่าฝืนมาตรา 9(2) แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 มีอัตราโทษตามมาตรา 18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

การฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 ฐานมั่วสุมกันเกินกว่าสิบคนหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นแกนนำม็อบหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกชุมนุมแล้วยังฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 216 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนั้นยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท ความผิดฐานปิดกั้นถนนตามมาตา 114 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาตตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 อีกด้วย

เยาวชนปลดแอก
                                                          การชุมนุมของกลุ่ม เยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63

นายศรีสุวรรณขอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการออกหมายเรียกและติดตามจับกุมผู้ที่ต้องสงสัย รวมทั้งแกนนำม็อบทั้งหมดที่จับไมโครโฟนปราศรัยปลุกระดม มาดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 9 และประมวลการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ 8 บทที่ 2 ข้อ 278

นอกจากนั้น ยังต้องออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บางคน ที่ให้ท้ายการชุมนุมดังกล่าว ถึงขั้นเตรียมการที่จะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัวให้ล่วงหน้า มาดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี ฐานเป็นตัวการและผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 86 เพื่อส่งอัยการฟ้องต่อศาลอาญาต่อไปโดยเร็วด้วย

ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน การสรุปสำนวนการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี จะต้องเสนอให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อบุคคลอื่น ๆ ที่ริอ่านจะจัดการชุมนุมหรือเป็นแกนนำการชุมนุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคมและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team