ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ผู้ติดเชื้อต่างชาติ ‘บทเรียนจากโควิด’ สธ. เล็งถกที่ประชุม ศบค. ปรับมาตรการป้องกัน

ผู้ติดเชื้อต่างชาติ บทเรียนจากโควิด-19 สธ. เตรียมนำเข้าที่ประชุม ศบค. เพื่อพิจารณา มาตรการ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่รัดกุม ย้ำใช้ “ไทยชนะ”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข จะนำบทเรียน กรณี ผู้ติดเชื้อต่างชาติ ทหารอียิปต์ และ เด็กหญิงคณะทูตซูดาน เข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ในวันพรุ่งนี้ (16 กรกฎาคม 2563) เพื่อพิจารณา และเสนอมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

ผู้ติดเชื้อต่างชาติ

นอกจากนี้ การพบผู้ติดเชื้อชาวต่างชาติในประเทศ ทั้งใน จ.ระยอง และ ในกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวล ซึ่งกรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งแก้ไขปัญหา ทำความเข้าใจประชาชน ลงพื้นที่สอบสวนโรค และเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรคอย่างรวดเร็ว เพื่อหากลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อให้คนไทยเกิดความปลอดภัย

ด้าน ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การที่กระทรวงสาธารณสุข สามารถทำการสอบสวน และติดตามผู้สัมผัส มาเข้าระบบการเฝ้าระวังและตรวจหาเชื้อได้อย่างรวดเร็วนั้น มาจากระบบข้อมูล “ไทยชนะ” ที่ประชาชนได้ลงทะเบียนเข้า-ออกไว้ ทำให้สามารถติดตาม กลุ่มผู้สัมผัสที่ใช้บริการในห้างสรรพสินค้า ที่ จ.ระยอง ในช่วงระยะเวลา 11.25- 14.56 น. ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ได้จำนวน 394 รายชื่อ

ทั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลจากระบบ “ไทยชนะ” สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง โดยขณะนี้มีกลุ่มเสี่ยงต่ำ ที่ได้ตรวจหาเชื้อจากรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทานแล้วจำนวน 1,333 ราย

หากรวมการติดตามกลุ่มเสี่ยง ตามข้อมูลที่ได้จากแอปพลิเคชัน/ แพลตฟอร์มไทยชนะ และผู้ลงชื่อในสมุด ที่อยู่ในห้างแหลมทองและห้างเซนทรัล ในช่วงเวลา 11.00 น.-15.00 น. รวมทั้งประชาชนที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน ซึ่งจะอยู่ให้บริการเป็นเวลา 3 วัน ขณะนี้ตรวจทั้ง 2 ห้างแล้วรวม 1,700 กว่าราย

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร กรณีเด็กหญิง 9 ขวบ ที่ติดตามคณะทูต มีผู้ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมเดียวกัน ได้รับการตรวจหาเชื้อจากรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทานแล้ว 266 ราย

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ปกปิด รวดเร็ว และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และภาคเศรษฐกิจให้กลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

“ขอย้ำว่าข้อมูลในการสอบสวนโรค จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบ ด้วยความโปร่งใส ไม่มีการปกปิด และมั่นใจว่าเราจะทำให้ดีที่สุด ควบคุมโรคไม่ให้เกิดการระบาดระลอก 2” ดร.สาธิตกล่าว

ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า ขณะนี้ ทางโรงแรมดีวารี และห้างแหลมทอง ได้ปิดเพื่อทำความสะอาด ส่วนสถานศึกษาจะหยุดเรียน และปรับการเรียนการสอน เพื่อลดความแออัด ลดการเดินทาง โดยจะได้รับการตรวจประเมินมาตรการป้องกันโรคจากคณะทำงานโรคติดต่อที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด ก่อนทำการเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง

ขณะเดียวกันในช่วงเย็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ใน 3 สถานที่สำคัญ ได้แก่ โรงแรม D Varee ห้าง Passion (ห้างแหลมทอง) พร้อมพบปะให้กำลังใจประชาชน ณ ตลาดสดสตาร์

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจุดแรกที่โรงแรม D Varee เพื่อรับฟังรายงานจากนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชค ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจสอบถามขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ พร้อมกำชับผู้ปฏิบัติหน้างานทุกระดับต้องทำงานเชิงรุก เน้นการสื่อสารทุกระดับ ต้องปิดทุกช่องว่างในโครงสร้างการทำงาน

จากนั้นเดินทางต่อไปห้าง Passion (ห้างแหลมทอง) โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่มารอรับการตรวจหาเชื้ออโควิด-19 โดยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน โดยขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัย สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

ต่อมา นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปยังตลาดสดสตาร์ เพื่อพบปะให้กำลังใจพ่อค้าและแม่ค้า โดยวันนี้ตั้งใจเดินทางมาระยองด้วยตนเอง ขอให้มั่นใจไทยมีระบบการแพทย์ที่เข้มแข็ง ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ ที่สำคัญทุกคนอย่าสร้างความตื่นกลัว คนไทยต้องร่วมมือกัน เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

ก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชนผ่านสื่อมวลชน ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย ทีมแพทย์ไทย ไม่มีใครอยากให้สถานการณ์เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลจะทำดีที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีใช้เวลาในการเดินตลาดร่วม 30 นาทีก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT