ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘ศรีสุวรรณ’ ร้องสอบ ‘ศบค.’ ทุจริตต่อหน้าที่ เอื้ออภิสิทธิ์ชนหลุดคัดกรองโควิด-19

“ศรีสุวรรณ” ร้องเรียน “ศบค.-นายกฯ” ทุจริตต่อหน้าที่ ปล่อยอภิสิทธิ์ชน “ลูกอุปทูต-ทหารอียิปต์” หลุดคัดกรองโควิด-19 ทำคนทั้งชาติเสียหาย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (15 ก.ค. 63) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี

เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และคณะ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่

ร้องเรียน ศบค.

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า จากกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นทหารชายสัญชาติอียิปต์ ซึ่งเดินทางพร้อมกับคณะเข้ามาในประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ในโรงแรม จังหวัดระยอง โดยไม่มีการกักตัว 14 วัน โดยอ้างว่าเป็นไปตามเงื่อนไขข้อยกเว้นที่ให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยได้ และยังพบว่าคณะดังกล่าวมีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หลายแห่งในจังหวัดระยอง เช่น ห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีกรณีการพบผู้ติดเชื้อที่เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นครอบครัวอุปทูตจากซูดาน เดินทางเข้ามาพำนักที่คอนโดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยอ้างว่าได้รับข้อยกเว้นให้กับคณะทูตที่มาปฎิบัติงานในประเทศไทย จึงไม่มีมาตรการกักตัว 14 วันเช่นกันนั้น

เหตุการณ์ทั้ง 2 กรณีเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความหละหลวมและเลือกปฏิบัติของ ศบค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ โดยเฉพาะการออกข้อกำหนดเป็น “ข้อยกเว้น” ให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวได้รับอภิสิทธิ์ชน ตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดในฉบับที่ 12 ที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของ ศบค. ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้มีการฝ่าฝืนมาตรการที่กำหนดไว้ได้ง่าย โดยไม่มีมาตรการตรวจสอบที่เคร่งครัดรัดกุมเพียงพอ จนนำมาสู่ความเดือนร้อน เสียหาย และความปลอดภัยของคนในชาติทั้งระบบ เช่นนี้

ร้องเรียน ศบค. ทุจริตต่อหน้าที่

การใช้อำนาจของ ศบค. อาจเป็นข้ออ้างในความพยายามที่จะใช้เหตุเหล่านี้ขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป โดยไม่มีที่สิ้นสุด เพราะจะสามารถใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นข้ออ้างในรวบอำนาจแบบรวมศูนย์ได้ การใช้งบประมาณจัดซื้อจัดหาแบบรวมศูนย์ และทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเบิกเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนความดีความชอบแบบทวีคูณได้อีกมากมาย

ในขณะที่ภาคธุรกิจ ภาคสังคมต้องเสียหายยับเยิน โดยที่ ศบค. ยังลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรมที่แท้จริง มีแต่เพียงคำขอโทษและการแสดงความรับผิดชอบที่ว่างเปล่าเท่านั้นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนยการ ศบค. และในฐานะโฆษก ศบค. ซึ่งกรณีเช่นนี้ในต่างประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว หากประกาศความรับผิดชอบแล้ว เขาจะต้อง “ลาออก” ทันที ไม่ต้องมายืนแถลงตีหน้าเศร้าเล่าดราม่าอีกต่อไป

การที่ ศบค. ใช้อำนาจกำหนดข้อยกเว้นให้กับบุคคลหรือคณะบุคคลเข้ามาในไทยโดยให้มีอภิสิทธิ์เหนือคนไทยด้วยกัน ทั้งๆ ที่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 จะแพร่ระบาดได้โดยไม่เลือกเพศ วัย ชนชั้น หรือสถานะพิเศษใดๆทั้งสิ้น แต่ ศบค. กลับออกข้อกำหนดที่นำมาซึ่งปัญหาอันส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของคนไทยอย่างไร้ความรับผิดชอบ

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234 ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้อำนวยการ ศบค. และคณะ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต่อไป

ผอ. ศบค.

ขอโทษด้วยแล้วกัน

จากกรณีร้อนดังกล่าว เมื่อวานนี้ (14 ก.ค. 63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวขอโทษประชาชน พร้อมยอมรับว่า ปัญหาเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด หลังจากนี้ ศบค. จะทบทวนและปรับปรุงการทำงาน เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ เพราะยังมีนักธุรกิจและบุคคลสำคัญที่ต้องเดินทางเข้าออกประเทศไทยด้วย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นจะหามาตรการป้องกันให้เข้มงวดรัดกุมขึ้นกว่าเดิม

รัฐบาลโดยศูนย์ โควิด-19 ไม่ได้หยุดยั้งในเรื่องเหล่านี้เลย เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีความเชื่อมั่นว่า มาตรการทางสาธารณสุขของเรา ถ้ามองว่ามันจะเลวร้าย หรือมันจะไม่ดีอะไรทำนองนี้ ก็ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของเราก็สามารถรองรับได้ แต่มันก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ผมเสียใจ ก็ขอโทษพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยแล้วกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team