COVID-19

ลิงฉีด ‘วัคซีนโควิด-19’ ของไทยมีภูมิคุ้มกันสูง เตรียมทดลองเข็มแรกในมนุษย์ ต.ค. นี้

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” ตีปี๊บบอกข่าวดี! ลิงฉีด “วัคซีนโควิด-19” ของไทยมีภูมิคุ้มกันสูง ไร้ผลข้างเคียง เดือนหน้าเตรียมเปิดรับอาสาสมัคร ทดลองต่อในมนุษย์ 

วันนี้ (11 ก.ค.) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee ว่า การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยมีผลน่าพอใจ โดยล่าสุดการทดสอบวัคซีนเข็มที่ 2 ในลิงมีผลเป็นที่น่าพึงพอใจ ลิงสร้างภูมิคุ้มกันสูงและไม่มีผลข้างเคียง จึงเตรียมเดินหน้าทดสอบวัคซีนเข็มที่ 3 ในลิงวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 และทดสอบในมนุษย์ในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2563

วัคซีนโควิด

สำหรับข้อความทั้งหมดของนายสุวิทย์ เป็นดังนี้

ข่าวดีครับ!! หลังทดสอบวัคซีนเข็มที่สอง สร้างภูมิคุ้มกันต่อโควิด – 19 ได้ระดับสูง เดินหน้าทดสอบในมนุษย์ เปิดรับอาสาสมัคร เดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ก่อนทดสอบเข็มแรก เดือนตุลาคมนี้

ผมได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า ผลการทดสอบ วัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยโดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ “ชนิด mRNA” ในลิง หลังจากเข็มที่สอง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าสามารถวัคซีนได้ในระดับสูงเป็นที่น่าพอใจ และลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน

โดยหลังจากที่ฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ไปแล้วสองสัปดาห์ นักวิจัยได้เจาะเลือดมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีชนิดที่ยับยั้งเชื้อหรือ Neutralizing antibody นั้น ถือเป็นข่าวดีมากที่พบว่า ลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ดังนั้นจึงได้ตกลงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่จะเริ่มทดสอบในมนุษย์ในเดือนตุลาคมนี้”

วัคซีนโควิด-19

เดือนหน้ารับอาสาสมัครทดลอง วัคซีนโควิด-19

สำหรับการดำเนินการต่อไปนั้น จะดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกันเพื่อให้ได้วัคซีนอย่างรวดเร็ว โดยการทดสอบในมนุษย์ ซึ่งจะเริ่มสั่งการผลิตวัคซีนในสัปดาห์หน้า เพื่อจะใช้ในการทดสอบในมนุษย์ โดยจะเริ่มรับอาสาสมัครในเดือนสิงหาคม-กันยายน และจะฉีดเข็มแรกในมนุษย์ในเดือนตุลาคมนี้

การทดสอบนั้นจะทำทั้งหมด 3 ระยะ รวมทั้งจะเตรียมการผลิตให้เพียงพอและเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน โดยประสานกับผู้ผลิตวัคซีนทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มีความพร้อมที่จะผลิตให้พร้อมใช้ รวมทั้งร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีกับต่างประเทศด้วย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวัคซีนอย่างมากและได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่านได้มอบนโยบายเพื่อให้คนไทยสามารถมีวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นลำดับแรกๆ เมื่อสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ โดยมอบให้ อว. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินงานในเชิงรุก ทั้งโดยการวิจัยและพัฒนาในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการผลิตให้ทันท่วงทีและเพียงพอ ในขณะนี้ ยังได้เจรจาหารือกับต่างประเทศในการร่วมวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเตรียมการผลิตไว้ด้วยแล้วครับ

สำหรับรายละเอียด การวางแผนในการผลิต เพื่อทดสอบในอาสาสมัคร รวมทั้งการวางแผนในการผลิตในประเทศเพื่อใช้ให้เพียงพอในประเทศ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะแถลงละเอียดในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563 เวลา 9.00 น ที่ตึกภูมิสิริ ชั้น 12 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รอติดตามข่าวกันนะครับ” นายสุวิทย์โพสต์

วัคซีนโควิด-19 หมอยง

เร่งมือพัฒนา แข่งกับเวลา

อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นว่า ในภาวะปกติ การพัฒนายาใหม่หรือวัคซีนจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลามาก ตั้งแต่ 5-10 ปี โดยนักวิจัยอาจค้นพบวัคซีนหรือสารหรือยาบางชนิด ที่มีประสิทธิภาพ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหาย

แต่สำหรับการพัฒนา วัคซีนโควิด-19 นั้นเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงมีการลัดขั้นตอนเพื่อทำงานแข่งกับเวลาการแพร่ระบาดของโรค

“… เราจะเห็นว่า เราพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 2009

ขณะนี้เป็นระยะเวลา กว่า 10 ปี โรงงานวัคซีนก็สร้างเสร็จแล้ว

แต่การศึกษาวิจัยยังอยู่ในระยะที่ 3 ทั้งที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นวัคซีนที่ใช้กันมานานแล้ว ไม่ได้เป็นการคิดของใหม่

เนื่องจาก โควิด-19 เป็นโรคใหม่ เรายังไม่รู้อะไรอีกมาก

ขณะเดียวกัน การพัฒนายาหรือวัคซีน จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

ต้องทุ่มทรัพยากรทุกด้านจำนวนมาก มาแข่งกับเวลา

ขั้นตอนต่างๆ จึงถือว่า ไม่อยู่ในภาวะปกติ

ขั้นตอนบางขั้นตอน จึงทำเหลื่อมกัน โดยเฉพาะในสัตว์ทดลอง เพื่อลดระยะเวลาให้น้อยที่สุด…” ศ.นพ.ยง โพสต์ทางเฟซบุ๊ก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team