ดูหนังออนไลน์
Economics

จากเคสขายไอติม! สั่งคุมเข้ม ‘แรงงานต่างด้าว’ ทั่วประเทศ อย่าแตะอาชีพต้องห้าม

จากเคสขายไอติม! “กรมการจัดหางาน” สั่งคุมเข้ม “แรงงานต่างด้าว” ทั่วประเทศ อย่าแตะอาชีพต้องห้าม หวั่นแย่งงานคนไทย เผยพบผู้กระทำผิดดำเนินคดีทันที

นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดี กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการพบแรงงานต่างด้าวขี่รถขายไอติม แย่งอาชีพคนไทย ทำให้คนไทยได้รับความเดือดร้อนว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้กรมการจัดหางานมิได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่มี แรงงานต่างด้าว ทำงานเป็นจำนวนมาก เช่น สมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ เช่น เขตห้วยขวาง เขตสุขุมวิท เป็นต้น

แรงงานต่างด้าว

โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เนื่องจากรถขายไอติมเป็นงานเร่ขายสินค้า ที่ห้ามคนต่างด้าวทำและเป็นการแย่งอาชีพคนไทย ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2563

และหากนายจ้าง/สถานประกอบการจะจ้าง แรงงานต่างด้าว ทำงานงานกรรมกร และงานขายของหน้าร้าน จะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง เงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรกรและงานขายของหน้าร้านกับนายจ้าง ซึ่งต้องเป็นคนต่างด้าวของประเทศที่ไทยมี MOU ด้วยเท่านั้น คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม

“ที่ผ่านมากรมการจัดหางานไม่เคยออกใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวในอาชีพขายไอติมแต่อย่างใด เพราะเป็นงานที่คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้” นายสุชาติกล่าว

ทั้งนี้ หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว นายจ้างต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของชาติ ความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งโอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย พร้อมเร่งให้กรมการจัดหางานประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ แก่นายจ้าง/สถานประกอบการ ให้ทราบและปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน

แรงงานต่างด้าว

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 กรมการจัดหางานได้ตรวจสอบการทำงานของ แรงงานต่างด้าว ทั่วประเทศ จำนวน 367,343 คน ดำเนินคดีจำนวน 1,601 คน พบเป็นเมียนมามากสุด จำนวน 832 คน รองลงมาเป็นกัมพูชา 318 คน ลาว 301 คน เวียดนาม 43 คน และอื่นๆ 107 คน

เป็น แรงงานต่างด้าว ทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ คือ งานขายของหน้าร้าน จำนวน 9,582 คน งานเร่ขายสินค้า 490 คน และงานอื่นๆ จำนวน 19,811 คน ได้แก่ คนงานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย งานนวดแผนไทย งานจำหน่ายอาหาร (คนต่างด้าวเป็นเจ้าของเอง) งานเสริมสวย คนงานบริการ งานก่ออิฐช่างไม้หรืองานก่อสร้างอื่น พนักงานรักษาความปลอดภัย ขับขี่ยานพาหนะ งานบริการนำเที่ยว งานรับใช้ในบ้าน งานทำหมวก งานกสิกรรม และได้เปรียบเทียบปรับแรงงานต่างด้าว คิดเป็นเงินค่าปรับจำนวน 1,948,500 บาท ผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางไปแล้ว จำนวน 368 คน

ถ้าผู้ใดพบเห็นการจ้างแรงงานต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องทุกข์ได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือ ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2563 นางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทย ว่า ธนาคารโลก ได้ปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ลง โดยคาดว่าจะติดลบ 5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ปลายปีที่แล้วว่าจะขยายตัวได้ 2.9% ก่อนจะกลับมาขยายตัวได้ 4.1% ในปี 2564 และ 3.6% ในปี 2565 เนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้มีการล็อคดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีผู้ตกงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือด้วยการให้เงิน 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ยืดเวลาการชำระหนี้ และลดภาษีให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อเสริมสภาพคล่องในภาวะวิกฤตโควิด-19 ก็ตาม

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับ ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ซึ่งทำให้การค้าโลกหดตัวตาม ซึ่งกระทบต่อการส่งออกของไทยและกระทบต่อภาคการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์และยานยนต์ ขณะที่การเดินทางเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ส่งผลกระทบต่อภาคบริการ ภาคค้าปลีก สะท้อนจากยอดขายสินค้าคงทนที่ลดดิ่งลงเกือบ 12% ในช่วงไตรมาสแรกของปี รวมทั้งกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว พร้อมแสดงความเป็นห่วงสวัสดิการของครัวเรือนได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะรายได้ลดลง รวมทั้งคนตกงานเพิ่มขึ้นเป็น 8.3 ล้านคน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team