ดูหนังออนไลน์
Politics

‘4 กุมาร’ ออกแถลงการณ์ถึงพี่น้องประชาชน หลังยุติบทบาทใน ‘พปชร.’

4 กุมาร “อุตตม – สนธิรัตน์ – สุวิทย์ – กอบศักดิ์” ออกแถลงการณ์ถึงพี่น้องประชาชน หลังยุติบทบาทในพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันไม่ได้มีความขัดแย้งกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้ออกแถลงการณ์ถึงประชาชน

โดยแถลงการณ์ระบุว่า เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่เคารพทุกท่าน พวกเราเริ่มต้น เข้ามาทำงานการเมือง ในพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความหวัง และ ความมุ่งมั่นว่า จะนำพาประเทศชาติประชาชน และ การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ก้าวพ้นความขัดแย้งและการเมืองในรูปแบบเก่า เพื่อให้เป็นการเมืองที่ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม ตามแนวทางประชารัฐ คือ รัฐ เอกชน ประชาชนร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ

ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างตรงจุด ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยทาง พรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว

การทำงานการเมือง ในพรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี พรรคพลังประชารัฐ เป็นที่ยอมรับของประชาชน จนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แสดงให้เห็นว่า ประชาชนให้ความไว้วางใจ ยอมรับในนโยบายของพรรค อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คือ การเมืองที่สงบปราศจากความขัดแย้ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำงานเพื่อตอบสนองประชาชน สมกับที่ประชาชน ให้ความไว้วางใจ หลายนโยบายได้รับการขับเคลื่อน และ เดินหน้าทันที ไม่ว่าจะเป็นการสานต่อนโยบาย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงการบรรเทาผลกระทบ ด้านเศรษฐกิจ จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด -19

ปัจจุบันเราเห็นว่า ภารกิจต่างๆ ที่ได้เริ่มต้นไว้นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดี ตามความตั้งใจแรกเริ่ม และพรรคพลังประชารัฐ ได้ก้าวผ่านมาถึงการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ จึงถือว่า ภารกิจของเราสิ้นสุดแล้วในระดับหนึ่ง

ความเหมาะสมในการบริหารงาน เป็นเรื่องของช่วงเวลา และสถานการณ์ ซึ่งเราเองมีความภาคภูมิใจ ที่ได้ทำหน้าที่ ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้นำพรรคผ่านสนามการเลือกตั้ง จนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชน ซึ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ทำให้เราตระหนัก และระลึกอยู่เสมอว่า เราจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชน ให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับ

วันนี้เราจึงขอประกาศว่า เราลาออกจาก พรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งการลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่อย่างใด

แม้กระนั้น เราก็ยังจะให้การสนับสนุน พรรคพลังประชารัฐ อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งเพียง แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ การทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ภายใต้การนำ และการบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประเทศ และทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่คือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ จากโรคระบาดโควิด -19 โดยตั้งเป้าหมายว่า จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้เป็นที่พอใจของประชาชนมากที่สุด

โดยจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน และทุกฝ่ายทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน

ขอบคุณประชาชน ที่ให้การสนับสนุน พรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณผู้บริหารพรรค ส.ส. สมาชิกพรรค ที่ให้การสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด การได้ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เป็นความทรงจำที่ล้ำค่า

ขอบคุณครับ

นายอุตตม สาวนายน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล

อย่างไรก็ตาม นายอุตตม ได้แถลงข่าวเรื่องการลาออกต่อสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่มีความคิดเรื่องการเมือง หรือ ตั้งพรรคใหม่ วันนี้ขอทำงานในภารกิจที่มีอยู่ ส่วนที่เรามาแถลงวันนี้เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร การเปลี่ยนแปลงในอนาคต เราเข้าใจกันได้ และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หากมีการเปลี่ยนในส่วนของ ครม. เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ถอดใจหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ไม่มี การทำงานเพื่อบ้านเมือง ถือเป็นหน้าที่ต้องทำ ตราบใดที่ยังมีหน้าที่ก็ต้องทำ ตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนผู้บริหารพรรคชุดใหม่ เชื่อว่าจะนำพาพรรคไปได้ โดยเราพร้อมสนับสนุน

เมื่อถามว่า ก่อนแถลงได้ปรึกษานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ได้เรียนให้ท่านทราบก่อนที่เราจะแถลง เมื่อท่านทราบก็เคารพในการตัดสินใจและให้กำลังใจพวกเรา

4 กุมาร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team