Economics

ประกาศ 3 เดือนห้ามใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิดในพืชสวนครัว

กรมวิชาการเกษตรเตรียมออกประกาศห้ามใช้พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอสในพืชผักสวนครัว-สมุนไพรภายใน 3 เดือน  บอร์ดวัตถุอันตรายยังยกเว้นใช้ได้ในพืชเศรษฐกิจโดยจำกัดปริมาณการใช้และโซนการเพาะปลูก ห้ามใช้เด็ดขาดในโซนต้นน้ำและใกล้บ้านเรือนประชาชน พร้อมห้ามใช้ทางการเกษตรทั้งหมดภายใน 1 ปี 

หลังจากมีแรงกดดันจากหลากหลายองค์กร ทั้งนักวิชาการ นักวิจัย บรรดานายแพทย์  และเอ็นจีโอ ให้มีการแบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส มาอย่างต่อเนื่อง และมาคลุกกรุ่นจนเกิดการเคลื่อนไหวในวงกว้างภายหลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 มีมติไม่ยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด “แต่ให้จำกัดการใช้แทน”

โดยการประชุมครั้งนั้นคณะกรรมการฯมอบให้กรมวิชาการเกษตร ซึ่งดูแลการนำเข้าและการใช้ไปจัดทำหลักเกณฑ์การจำกัดการใช้เสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายมาพิจารณาอีกครั้ง และนำมาสู่การประชุมในวันนี้ (30 ส.ค.) โดยมีนายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่เป็นประธาน

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการประชุมว่าที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติสุดท้ายห้ามใช้ พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส ในพืชผักสวนครัวและสมุนไพร โดยกรมวิชาการเกษตรจะประกาศห้ามใช้ภายใน 3 เดือน

อย่างไรก็ตามที่ประชุมผ่อนผันให้มีการใช้ในพืชเศรษฐกิจได้ต่อไป อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด จนกว่าจะมีการหาสารทดแทน โดยให้ดำเนินการภายใน 1 ปี เพื่อนำไปสู่การยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิดในพืชเกษตรทั้งหมด ทั้งนี้ในระหว่างยกเว้นให้มีการหาสารทดแทน พร้อมกับจำกัดโซนการใช้อย่างเข้มข้น โดยห้ามใช้ในโซนต้นน้ำ และใกล้บ้านเรือน

ในส่วนของการห้ามใช้ในพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรนั้น คณะกรรมการฯได้มอบให้กรมวิชาการเกษตรไปจัดทำรายละเอียดใน 3 เรื่องหลักๆ ประกอบด้วย 1.มาตรการทางกฎหมาย 2.การจำกัดการนำเข้า และ 3.วิธีการนำไปใช้ 4.การใช้อย่างถูกต้องโดยไม่เป็นอันตราย

นายมงคล ระบุต่อว่า ในเรื่องการห้ามใช้ในพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรนั้น หากทำได้เร็วกว่านั้น การประกาศห้ามใช้ก็จะมีผลเร็วกว่า 3 เดือน  และภายใน 1 ปีก็ควรต้องห้ามใช้ทั้งหมดรวมถึงพืชเศรษฐกิจด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานของกรมวิชาการเกษตรในฐานะเป็นหน่วยงานปฏิบัติที่มีหน้าที่ดูแลการนำเข้าและการใช้สารเคมีทางการเกษตร

“ผมไม่สามารถตอบรายละเอียดแทนกรมวิชาการเกษตรได้ ต้องไปถามเขาเองถึงวิธีการดูแลในช่วงเวลาที่มีการผ่อนผันให้ใช้ในพืชเศรษฐกิจ แต่ในเบื้องต้นต้องมีการขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า เพื่อจำกัดการนำเข้า และขึ้นทะเบียนผู้นำไปใช้ คือ เกษตรกร เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเข้มข้นมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม นายมงคล ให้ความเห็นว่า การป้องกันการรั่วไหลนั้น สามารถควบคุมได้ด้วยบทลงโทษที่จะต้องออกต่อไป รวมถึงการตั้งสายตรวจ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็มีกลไกนี้อยู่แล้ว  รวมถึงอาศัยประชาชนช่วยกันสอดส่องอีกทาง

ทั้งนี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มาจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขต่างเน้นย้ำกรอบเวลาที่จะไม่มีการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดภายใน 1 ปี และในระหว่างนี้เสนอให้อบรมเกษตรกรให้ใช้อย่างถูกวิธีด้วย

ส่วนการทำงานของคณะกรรมการแก้ปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น นายมงคล เห็นว่า แม้คณะกรรมการฯจะมีมติชัดเจนแล้วในวันนี้ ชุดดังกล่าวก็ทำหน้าที่ต่อไปได้ เพราะแต่ละคณะกรรมการก็ให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องได้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงาน มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ออกมายังไม่ชัดเจนมากนัก โดยเฉพาะการกำหนดนิยามของพืชเศรษฐกิจที่ยกเว้นให้ใช้ได้ว่ามีกี่ประเภทอย่างไร และมาตรการควบคุมไม่ให้การนำไปใช้ในพื้นที่ต้นน้ำ และใกล้บ้านเรือน รวมถึงการใช้สารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิดในพืชผักผลไม้อื่นๆทำได้หรือไม่ โดยอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้รอการจัดทำรายละเอียดจากกรมวิชาการเกษตรอีกครั้ง โดยระบุว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจควบคุมเฉพาะสารเคมีที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight