Business

‘บัตรคนจน’ ได้เยียวยา 3,000 บาทแล้ว ‘ม.33’ ได้อะไรบ้าง? โซเชียลฯ โวย

พรุ่งนี้ (4 ก.ค. 63) กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะโอนเงินเยียวยาไวรัสโควิด-19 ล็อตเก็บตก ให้ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการอื่นของรัฐบาลมาก่อน จำนวน 1.14 ล้านราย เป็นวงเงิน 3,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้มีรายได้น้อย

อย่างไรก็ตาม โลกออนไลน์บางส่วนแสดงความไม่พอใจว่า ในขณะที่ผู้ถือ บัตรคนจน ได้รับเงินเยียวยา 3,000 บาท แต่ทำไมประชาชนบางกลุ่มจึงไม่เคยได้รับช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดในหลายแพลตฟอร์ม

ส่วนใหญ่ระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นกัน แต่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือใดๆ เพิ่มเติม รวมถึงไม่สามารถเบิกเงินของตัวเองที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมทุนเดือน เพื่อมาบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้ได้

บัตรคนจน บัตรประกันสังคม ม.44

โลกออนไลน์โวย

“ม33 คือเงินเราส่งไปนะคะ ไม่ได้รับอะไรเลย ส้วนเงินที่มาให้ เนี่ยภาษีประชาชน ถึงจะกู้มาก็เถอะ เราควรได้นะคะหรือว่าคนมีม 33 ไม่ต้องจ่ายภาษีใดๆ เลย ถึงไม่ได้รับอะไรเลย”

“กรมบัญชีกลาง​ กรุณาตอบคำถามประชาชน​ด้วยค่ะ​ กรณี​ ม.33​ ทำไมไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ เลย​ มันชัดเจนอยู่แล้วว่า​ เรามี บัตรคนจน เพราะรายได้น้อยตามเกณฑ์​บัตร​ เพียงแต่เรามีงานประจำซึ่ง​ต้องเข้า ม.33 ​เพราะมันบังคับในตัวอยู่แล้ว​ เมื่อมีความเดือดร้อน​จากโรคระบาด​ พวกเราก็ไม่ได้รับการยกเว้นว่าเราไม่ได้เดือดร้อน เพียงแต่เราไม่ได้ตกงาน ​แต่พวกเราก็ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้ใครๆ เลย​ แล้วกลุ่ม​ที่มีบัตรและมี ม.33​ ทำไมจึงไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ เลย​ กรุณาตอบด้วยค่ะ​ ด้วยความเคารพ​”

“สรุป ม.33 ถูกลอยแพ”

 ม.33

บัตรคนจน บัตรประกันสังคม ม.44

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือใคร?

ผู้ประกันตนตามมารตรา 33 คือ ลูกจ้าง ผู้ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน

โควิด-19: บัตรคนจน ได้ 3,000 บาท แล้วมาตรา 33 ได้อะไรบ้าง 

ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ยังคงทำงานอยู่ ให้ลดอัตราเงินสมทบจาก 5% หรือสูงสุด 750 บาทต่อเดือน เหลือ 1% หรือ 150 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563
  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เข้าข่ายกรณีต่อไปนี้ สามารถรับเงินชดเชยรายได้กรณีว่างงานได้
  1. ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง
  2. ถูกเลิกจ้าง
  3. รัฐบาลสั่งปิดกิจการชั่วคราว
  4. สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดโรคระบาด ต้องกักตัวเอง 14 วันที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล
  5. นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ
  6. นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ เนื่องจากมีลูกจ้างสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19

จำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับจากกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย (โควิด 19) มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี

กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย จากเดิมให้เงินชดเชย 50% ปรับเพิ่มเป็น 62%

  • นายจ้างไม่ให้ทำงาน หรือต้องกักตัว 14 วัน รับเงินกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน
  • หน่วยงานภาครัฐสั่งหยุดกิจการชั่วคราว รับเงินกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน

กรณีว่างงานเพราะลาออก หรือถูกเลิกจ้าง

  • ว่างงานจากการลาออก รับเงินกรณีว่างงาน 45% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน
  • ว่างงานจากการถูกเลิกจ้าง รับเงินกรณีว่างงาน 70% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 200 วัน

กรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 จะไม่ได้รับเงินทดแทนรายได้กรณีว่างงานจากประกันสังคม แต่สามารถลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังได้ที่เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยหากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับเงิน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวม 15,000 บาท ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563

บัตรคนจน

บัตรคนจน ได้อะไร

ผู้ถือ บัตรคนจน ที่ยังไม่เคยได้รับเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 1.14 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน คือเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2563 รวมเป็นเงินจำนวน 3,000 บาทต่อคน

โดยผู้มีสิทธิ์รับเงิน 3,000 บาท คือ ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.14 ล้านคน ซึ่งไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการใด ๆ ของภาครัฐ ได้แก่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการช่วยเหลือเกษตรกร และโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

“กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการเบิกเงินแทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิ โดยการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ใน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 3,000 บาท ซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียว ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team