COVID-19

‘อนุทิน’ ชี้แจง ไทยยังไม่เปิดเป็นฮับ รับผู้ป่วยต่างชาติ

“อนุทิน” แจง ไทยยังไม่เปิดเป็นฮับ รับผู้ป่วยต่างชาติ ย้ำ สธ.อำนวยความสะดวกผลิตวัคซีนทุกอย่าง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี มีการนำเสนอร่างการจัดการข้อปฏิบัติเรื่อง การนำผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพื่อรับการรักษาในโรงพยาบาลไทย ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด) หรือ ศบค. ชุดเล็ก ว่า ในส่วนนี้เป็นเรื่องของนโยบาย คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ในต่างประเทศมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น หลายประเทศได้เปลี่ยนมาตรการในการรับมือ เช่น จีน และญี่ปุ่น ได้ขยายระยะเวลาในการกักตัว หากไทยจะทำมาตรการรองรับ ผู้เดินทางท่องเที่ยวจากต่างประเทศในวงจำกัด หรือ ทราเวล บับเบิล กับประเทศใด จะต้องยอมรับกติกาของทั้งสองฝ่าย

ส่วนประเทศที่ยังมีการระบาดหนักอยู่ ยังไม่สามารถเจรจาอะไรได้ ซึ่งนี่คือ ความเห็นของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จะนำเสนอในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป ส่วนนักเดินทางที่มีอาการป่วย และต้องการเข้ามารักษาในประเทศไทยจะต้องดูเป็นกรณีๆ ไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้ป่วยขอเข้ามารักษาตัวแล้วใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1,700 คน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี  ต้องดูก่อนว่าผู้ป่วยมีข้อตกลงอย่างไร ต้องดูว่าคนนั้นมาจากประเทศใด มีผู้ติดตามมาหรือไม่ จะต้องมีการกักตัวอย่างไร ตนขอเวลาหารือกับกรมควบคุมโรคก่อนว่าจะอนุญาตอย่างไร เพราะขณะนี้มีการระบาดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ไทยได้ผ่อนคลายมาตรการหลายอย่าง จึงต้องใช้เวลาเพื่อดูความปลอดภัยของคนในประเทศก่อน

ส่วนเรื่องการผ่อนคลายในระยะที่ 6 นายอนุทิน กล่าวว่า ในระยะที่ 5 มีการผ่อนคลายเกือบจะทุกกิจการและกิจกรรมแล้ว ในระยะที่ 6 คงเป็นการผ่อนคลายในกิจการและกิจกรรมที่ยังไม่ได้เปิด เช่น กีฬา ซึ่งต้องประเมินผลการผ่อนคลายในระยะที่ 5 ก่อน วันนี้เข้าวันที่ 3 แล้วถือว่ายังควบคุมได้ดีอยู่ ทั้งนี้ ต้องติดตามระยะเวลาการฟักตัวประมาณ 2 สัปดาห์

เมื่อถามถึงการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนนี้รออธิบดีกรมควบคุมโรคเสนอรายละเอียดขึ้นมาก่อน โดยอาจจะพิจารณาอุปสรรคของการใช้กฎหมายว่ามีส่วนไหนต้องปรับปรุงแก้ไข

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนโควิด-19 นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพัฒนาไปตามขั้นตอนของสถาบันที่กำลังค้นคว้าวิจัย เบื้องต้นทราบว่าผลของการทดลองในแต่ละครั้งดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทดลองกับหนู เพียงแต่ยังไม่ถูกนำมาทดลองในมนุษย์

ขณะที่การทดลองในลิงก็ยังไม่ดีเท่ากับทดลองในหนู ซึ่งต้องกลับไปแก้ไขการผลิตวัคซีน ไม่ใช่ดูแค่ผลว่าดีหรือไม่ แต่ภูมิคุ้มกันต้องอยู่ได้นานด้วย  ซึ่งสธ.จะให้ความร่วมมือการผลิตวัคซีนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะงบประมาณ จะเร่งรัดอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ให้เกิดการรับรอง และตรวจสอบผลอย่างเร็วที่สุด ถือเป็นภารกิจเร่งด่วน เพราะถ้าสามารถผลิตวัคซีนได้ ก็จะคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม แต่ทั้งนี้ จะต้องมีการควบคุมการใช้งบประมาณ ไม่ให้มีการรั่วไหล หรือใช้สุรุ่ยสุร่าย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team