Politics

‘บิ๊กตู่’ สั่งประเมินสถานการณ์โควิดรายวัน เข้มระวังช่วงหยุดยาว

ประเมินสถานการณ์โควิด “บิ๊กตู่” สั่งเข้ม!! หลังผ่อนคลายกิจการกิจกรรมระยะ 5 กำชับประชาชนระมัดระวังช่วงวันหยุดยาว ยันจะใช้งบประมาณให้คุ้มค่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ภายหลังการผ่อนคลายกิจการกิจกรรมระยะ 5 ไป วานนี้ (1 ก.ค.) เป็นวันแรก ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ รายงาน และสรุปผลว่า มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งตรวจสอบแล้วยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ ผู้ติดเชื้อวันนี้ (2 ก.ค.) เป็นผู้ที่มาจากต่างประเทศทั้งหมด และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ แสดงให้เห็นว่ายังสามารถไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง

“ได้สั่งย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ ศบค. โดยเฉพาะระดับผู้ปฎิบัติให้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบในกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะ 5 ให้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ ต้องติดตามและ ประเมินสถานการณ์โควิด เป็นรายวัน และต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้ด้วย เพื่อป้องกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ประเมินสถานการณ์โควิด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เห็นความร่วมมือของโรงเรียนต่างๆ ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ เขตการศึกษาทุกเขต ที่มีมาตรการควบคุมอย่างดีในการเปิดเรียนวันแรก หลายอย่างอาจยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ มีความลำบากและไม่สะดวก เช่น การรักษาระยะห่าง การเหลื่อมเวลาเรียน ต้องยอมรับว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ต้องมีมาตรการรองรับให้การศึกษาเดินหน้าได้ แม้ว่าอาจไม่ 100% แต่ในส่วนสาระสำคัญของการเรียนการสอนต้องครบถ้วน และสามารถทบทวนการเรียนได้ รวมถึง กลุ่มที่ต้องเรียนออนไลน์ ก็ต้องสามารถเรียนรู้ควบคู่กันไปด้วย

“แม้ว่าในระยะแรกการใช้ระบบออนไลน์ยังมีปัญหาบ้าง แต่ก็มีการปรับจนดีขึ้น ดังนั้น ผู้ปกครองต้องคอยกำชับบุตรหลานให้ใส่ใจการเรียนการสอน ต้องจัดระเบียบวินัย ถึงจะสามารถเดินหน้าได้ในระยะนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังขอฝากประชาชนระมัดระวังป้องกันตัวเอง ในช่วงวันหยุดยาวเดือนกรกฎาคม โดยเฉพาะการรวมกลุ่มและการจราจร ซึ่งรัฐบาลได้อำนวยความสะดวก ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในบางแห่ง การไปท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ดี ที่จะช่วยกระตุ้นและสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น ชุมชนและโรงแรม ได้รับรายงานว่าโรงแรมหลายแห่งเริ่มฟื้นตัว เพราะคนไทยออกมาเที่ยวมากขึ้น ซึ่งมาจากมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5

ทั้งนี้ ในส่วนของแรงงานที่มีการจ้างงานลดลง เชื่อว่าอีกซักระยะจะเริ่มมีการกลับมาจ้างงานใหม่ เมื่อสถานประกอบการและกิจการต่างๆ เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และจะทยอยกลับสู่ภาวะปกติ แต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน

“วันนี้ทั่วโลกมีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย จึงต้องหาแนวทางทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึง การขับเคลื่อนให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น และจะพยายามหาแนวทางผ่อนคลายให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ เช่น การตั้งกองทุนและพันธบัตร เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะจะได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ประเมินสถานการณ์โควิด

สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณปี 2564 นั้น ยืนยันว่า การใช้จ่ายงบประมาณจะต้องเป็นไปอย่างทั่วถึง แต่ติดข้อจำกัด ที่จะมีเงินใช้พร้อมกัน ดังนั้นจึงต้องมีทั้งคนที่ได้ และไม่ได้ รวมไปถึงคนที่ได้ในอนาคต จึงต้องมีการจัดระเบียบ การใช้งบประมาณ เช่น งบประมาณเร่งด่วน หลายหน่วยงาน และหลายจังหวัด ถูกตัดงบประมาณออกไป

จากการตรวจสอบขั้นต้นพบว่า จะต้องกระจายโครงการ แต่ละโครงการจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองดูแลเพื่อให้มีเพียงพอกับการใช้จ่าย ทั้งการดูแลประชาชน เงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการ ประกันสินค้าราคาเกษตร เงินช่วยเหลือด้านต่าง ๆ รวมถึงงบประมาณด้านการส่งเสริม การให้ทุน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ดังนั้น รัฐบาลจึงคิดว่าเป็นเสมือนการให้ปลา และจะต้องให้เบ็ดไปด้วย โดยเฉพาะเบ็ดที่เปรียบเหมือนการฝึกอบรม จะต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ออกมา

ส่วนงบกลางที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าตั้งไว้สูงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายที่จะต้องใช้จ่ายประจำ รวมถึงรองรับกรณีภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าหากไม่มีปัญหาภัยพิบัติ ก็นำงบส่วนนี้ไปเพิ่มเติมให้ในส่วนท้องถิ่น ที่มีความต้องการ เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำเป็นต้น เห็นได้จากการประชุม ครม.ต่างจังหวัด ที่จะมีการเสนอโครงการต่าง ๆ ขึ้นมา งบกลางจึงมีความจำเป็นที่จะนำมาใช้ ตนจะตัดสินใจใช้งบประมาณคนเดียวไม่ได้ เพราะมีคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมา หลายคนยังไม่เข้าใจ และบางครั้งข้อเสนอดี แต่การปฏิบัติยังทำไม่ได้ เนื่องจากติดกฏหมาย กฏระเบียบบางตัว ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

“กรณีที่ฝ่ายค้าน ให้ฉายารัฐบาลเป็นผู้นำแห่งการก่อหนี้นั้น มองว่า เป็นแบบนี้ทุกรัฐบาล เพียงแต่ว่าขณะนี้ปัญหาในประเทศมากขึ้น ก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งงบประมาณก็มาจากภาษีประชาชน ซึ่งเป็นหลักการอยู่แล้ว แต่วันนี้อยากจะบอกว่า รัฐบาลจะต้องใช้เงินอย่างเป็นขั้นตอน ใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในประเทศ ที่มีความหวังจากรัฐบาล สร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนมาร่วมมือกับรัฐบาล และตระหนักว่า ได้สิ่งไหนไปแล้วบ้าง โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณ ในการช่วยเหลือด้านการเกษตร ประกันราคาข้าว ช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นงบที่ต้องใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ไข บูรณาการสินค้าเกษตรให้มีราคาเพิ่มขึ้น ด้วยการแก้ปัญหาลดต้นทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team