Business

นับถอยหลังสิ้นเดือน มิ.ย. เยียวยา 3000 บาท ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ โอนทันไหม?

หลังจากนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 วัน คือวันที่ 29 และ 30 ก็จะหมดเดือนมิถุนายน 2563 แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า เงินเยียวยา 3000 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จะโอนเข้าบัตรฯ ทันเดือนนี้หรือไม่

สำหรับเงิน 3,000 บาทดังกล่าว เป็นเงินตามโครงการเยียวยาไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือผลกระทบไวรัสโควิด-19 จากมาตการอื่นๆ ของรัฐบาลมาก่อน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา

แต่ถึงขณะนี้ กระทรวงการคลัง ก็ยังไม่ได้ประกาศความชัดเจนว่า กระบวนการต่างๆ จะแล้วเสร็จและโอนเงินเข้าบัตรฯ ได้เมื่อไหร่ แต่เบื้องต้นเป็นไปได้ 2 แนวทาง คือ

  • โอนเงิน 2 งวดแรก รวม 2,000 บาท เข้าบัตรฯ ในเดือนมิถุนายน 2563 และโอนงวดที่ 3 อีก 1,000 บาท ในเดือนกรกฎาคม 2563
  • โอนเงินพร้อมกัน 3 งวด รวม 3,000 บาท เข้าบัตรฯ ในเดือนกรกฎาคม 2563

“ถ้าวันอังคารสัปดาห์หน้า คือ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 กระบวนการต่างๆ แล้วเสร็จ ก็จ่ายวันนั้น ยังอยู่ในเดือนมิถุนายน แต่ถ้าจ่ายไม่ทันเดือนมิถุนายน 2563 ก็ยกยอดเป็นจ่าย 3 งวด รวม 3,000 บาทในเดือนกรกฎาคมแทน” นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังกล่าว

ทั้งนี้ มีแนวโน้มสูงว่า การจ่ายเงินเยียวยา 3000 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะโอนเข้าในเดือนกรกฎาคม 2563 ทั้งหมด เพราะเดือนมิถุนายน 2563 เหลือวันทำการอีกเพียง 2 วันเท่านั้น

3000 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

8 รายการโอนแน่ บัตรคนจน

แม้การจ่ายเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวน 3000 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่มีความชัดเจน แต่สิทธิประโยชน์อื่นๆ อีก 8 รายการที่ผู้ถือบัตรฯ ได้รับในเดือนกรกฎาคม 2563 ก็ยังมีอยู่และมีตารางโอนเงิน ดังนี้

 

วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

1.ค่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ

  • ค่ารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รถเมล์ ขสมก.) และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งได้รับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนในกรุงเทพฯ และ 6 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, อยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม
  • ค่ารถโดยสาร บขส. (รถทัวร์ บขส.) 500 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้ถือบัตรฯ จะได้รับสิทธิ์ทุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด โดยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรประชาชนไปขอรับสิทธิ์ได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร บขส.
  • ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้ถือบัตรฯ จะได้รับสิทธิ์ทุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด โดยสามารถนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรประชาชน ไปขอรับสิทธิ์ได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟ

2.วงเงินช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัสดุการเกษตร ใน ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จะได้รับวงเงินทุกคนและใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดและไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

  • ผู้ถือบัตรฯ ที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ผู้ถือบัตรฯ ที่มีรายได้ระหว่าง 30,000-100,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน

3.ส่วนลดค่าซื้อก๊าซแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน โดยผู้ถือบัตรฯ จะได้รับทุกคน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ด้วยการนำบัตรฯ ไปซื้อก๊าซกับร้านค้าที่ร่วมรายการกับกระทรวงพลังงาน ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดและไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

4.ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท. 100 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อใช้ในร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ โดยได้รับสิทธิ์เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบอาชีพหาบเร่หรือแผงลอยไว้ก่อนหน้านี้

3000 บาท บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2563

5.เงินผู้สูงอายุเพื่อการยังชีพเพิ่มเติม สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 50-100 บาทต่อเดือน ตามเกณฑ์รายได้ และสามารถกดออกมาเป็นเงินสดเพื่อนำไปใช้ได้

  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้เงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

6.คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เติมเงินเข้าบัตรฯ และใช้เงินจากบัตรฯ รูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC ในเดือนมิถุนายน 2563

โดยรัฐจะคืนภาษี VAT 5% ผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ของบัตรฯ ซึ่งประชาชนสามารถกดออกมาเป็นเงินสด หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าและร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ แต่ยอดเงินคืนสูงสุดจะไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน เช่น

  • ใช้จ่ายผ่าน บัตรคนจน 100 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 5 บาท
  • ใช้จ่ายผ่าน บัตรคนจน 1,000 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 50 บาท
  • ใช้จ่ายผ่าน บัตรคนจน 5,000 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 250 บาท
  • ใช้จ่ายผ่าน บัตรคนจน 10,000 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 500 บาท

18 กรกฎาคม 2563

7.ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ผู้ได้รับสิทธิ์คือ ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์เดือนละ 100 บาท และลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อบิลค่าน้ำมา ผู้ได้สิทธิ์ต้องสำรองจ่ายเงินสดไปก่อน จากนั้นระบบจะทำการบันทึกข้อมูล และ ทำการโอนเงินสดให้กลับเข้าบัตรฯ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 และสามารถนำบัตรฯ มากดเงินสดใช้ได้เลย

8.ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดเดือนละ 230 บาท และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อบิลค่าไฟฟ้ามา ต้องสำรองจ่ายเงินสดไปก่อน จากนั้นระบบจะทำการบันทึกข้อมูล และ ทำการโอนเงินสดให้กลับเข้าบัตรในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 และสามารถนำบัตรมาใช้กดเงินสดได้เลย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team