World News

‘ดาวโจนส์’ ดิ่งกว่า 500 จุด กังวล ‘โควิด’ ระบาดรอบใหม่ – เฟดห้ามแบงก์ ‘ซื้อหุ้นคืน’

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลดลง จากการที่สหรัฐมีตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายวันพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และราคาหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สั่งให้ธนาคารพาณิชย์ระงับการซื้อหุ้นคืน และจำกัดการจ่ายเงินปันผล หลังจากมีการเปิดเผยผลทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 34 แห่งในสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 25,185.76 จุด ร่วงลง 559.84 จุด หรือ 2.17% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,028.90 จุด ลดลง 54.86 จุด หรือ 1.78% และดัชนีแนสแด็กที่ 9,853.97 จุด ปรับลงมา 163.03 จุด หรือ 1.63%

เฟดกำหนดให้ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐจะต้องกันเงินทุนสำรองไว้ที่ระดับปัจจุบัน ด้วยการระงับการซื้อหุ้นคืน และจำกัดการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 3/2563
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้น หลังจากการเปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤติของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 34 แห่งในสหรัฐ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังวิตกต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ที่กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง  โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาจมีจำนวนสูงกว่าตัวเลขที่มีการรายงานถึง 10 เท่า

ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐอยู่ที่ 2,422,312 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 124,415 ราย

นายโรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการ CDC กล่าวว่า การประเมินดังกล่าวอ้างอิงจากการตรวจแอนติบอดี ซึ่งบ่งชี้ว่าชาวอเมริกันอย่างน้อย 24 ล้านคนได้ติดเชื้อโควิด-19 ในขณะนี้  โดยเขาเชื่อว่า มีชาวอเมริกันราว 5-8% ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว พร้อมเตือนว่า  ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มากกว่า 90% มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19

วันนี้ ราคาหุ้นบริษัทไนกี้ อิงค์ ยังดิ่งลงกว่า 5%  หลังจากบริษัทเปิดเผยว่า ประสบภาวะขาดทุนและรายได้ต่ำกว่าคาดในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไตรมาส 4 ตามปีงบการเงินของบริษัท ผลจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งทำให้ร้านค้าจำนวนมากของบริษัทต้องปิดทำการในช่วงดังกล่าว และแม้ว่ายอดขายผ่านระบบออนไลน์พุ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้น 8.2% เมื่อเดือนที่แล้ว  แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 9.0% หลังจากดิ่งลง 12.6% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2502

การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปิดร้านค้าต่างๆ ส่งผลให้มีผู้ตกงานจำนวนมาก และฉุดอุปสงค์ในการใช้จ่ายสินค้า

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI