ดูหนังออนไลน์
General

ทำความรู้จัก ‘ดาวเทียมนภา-1’ ดาวเทียมเพื่อความมั่นคงของกองทัพอากาศไทย

ทำความรู้จัก “ดาวเทียมนภา-1” ดาวเทียมเพื่อความมั่นคงของกองทัพอากาศไทย ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติ ยืนยันไม่ได้ใช้เพื่อการรบ หรือ ติดตามเฝ้าระวังใคร

ตามกำหนดการเดิม วันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลา 08.51 น. ตามเวลาประเทศไทย ดาวเทียมเพื่อความมั่นคง “นภา-1” ดาวเทียมดวงแรกของ กองทัพอากาศ ไทย จะยิงขึ้นสู่ชั้นอวกาศ “ดาวเทียมนภา-1” ถือเป็นสมบัติของชาติ มีอายุการใช้งาน 3 ปี ภารกิจหลักของดาวเทียมดวงนี้ เพื่อลาดตระเวน และเฝ้าตรวจทางอวกาศ สำหรับการตรวจการพื้นที่ในประเทศที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง

นอกจากนี้ กองทัพอากาศ ยังสามารถใช้ขีดความสามารถของดาวเทียม ในการสนับสนุนงานด้านบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ เช่น การสนับสนุนข้อมูลพื้นที่จุดความร้อน เพื่อการดับไฟป่า และการสนับสนุนข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในระดับประเทศ ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการลาดตระเวน และเฝ้าตรวจทางอวกาศ เพื่อความมั่นคงและการพัฒนาประเทศในอนาคต

ดาวเทียมนภา-1

แต่ล่าสุดการยิงดาวเทียมครั้งสำคัญ ต้องถูกเลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โดย พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ แจ้งว่า ตามที่กองทัพอากาศ ได้แจ้งกำหนดการยิงนำส่งดาวเทียมเพื่อความมั่นคง “นภา-1” (NAPA-1) ขึ้นสู่อวกาศ ด้วยจรวด VEGA จากฐานยิงจรวด Ariane Launch Area 1 ณ เฟรนช์เกียนา สาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของทวีปอเมริกาใต้ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เวลา 08.51 น. ตามเวลาประเทศไทยนั้น

บริษัท Arianespace ผู้รับผิดชอบการยิงจรวด VEGA นำส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในครั้งนี้ แจ้งว่า สภาพอากาศบริเวณฐานปล่อยจรวดในวันดังกล่าว ไม่เอื้ออำนวยจากความเร็วลมที่เกินพิกัด จึงขอเลื่อนกำหนดการยิงนำส่งดาวเทียม “นภา-1” (NAPA-1) ออกไปจนกว่าสภาพอากาศจะมีความเหมาะสม

พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ ย้ำว่า หากได้รับการยืนยันกำหนดการยิงนำส่งดาวเทียม เพื่อความมั่นคงที่แน่นอนแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง แต่เบื้องต้นทางเว็บไซต์ของบริษัทแจ้งว่า การยิงดาวเทียมเร็วที่สุดที่จะส่งได้คือวันที่ 20 มิถุนายน 2563 แต่ถ้าเวลาไทยจะเป็นวันที่ 21 มิถุนายน 2563

ดาวเทียมนภา-1
ขอบคุณภาพจาก Wassana Nanuam

ทำความรู้จัก “ดาวเทียมนภา-1”

“ดาวเทียมนภา-1” สร้างโดยบริษัท Innovative Solutions In Space (ISIS) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในการออกแบบ และสร้างดาวเทียมขนาดเล็ก การพัฒนาระบบสถานีภาคพื้น

“ดาวเทียมนภา-1” เป็นดาวเทียม Nano Satellite รูปแบบคิวบ์แซต (CubeSat) ขนาด 6U (10 ซม. X 20 ซม. X 30 ซม.) จะส่งขึ้นสู่วงโคจรแบบ Low Earth Orbit ที่ความสูงประมาณ 500 กิโลเมตรจากพื้นโลก มีวงโคจรแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun Synchronous) นำส่งโดยจรวด VEGA ของบริษัท แอเรียนสเปซ (Ariane Space) ของฝรั่งเศส จรวด VEGA นั้นเป็นจรวดนำส่งดาวเทียมขนาดเล็กที่จะเน้นการปล่อยดาวเทียมสำรวจโลก และดาวเทียมสำหรับใช้ในด้านวิทยาศาสตร์

พล.อ.ต.สุพิจจารณ์ ธรรมวาทะเสรี ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการทางอวกาศกองทัพอากาศ ระบุว่า การยิงดาวเทียมนภา-1 เกิดขึ้นโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ เนื่องจากในปัจจุบันหลายประเทศได้มีการพัฒนา และแสวงหาการใช้ประโยชน์จากกิจการอวกาศ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่มีมูลค่ามหาศาล และผลประโยชน์แห่งชาติจากกิจการอวกาศของประเทศไทยก็มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเช่นกัน

จากการศึกษาของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ในปี 2562 พบว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของอุตสาหกรรมอวกาศของไทยมีรายได้อยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานได้ 1.6 ล้านคน สร้างมูลค่าทางสังคมกว่า 5.8 พันล้านบาท และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยประกอบด้วย ส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น การขนส่งทางอวกาศ ระบบรับสัญญาณภาคพื้นดิน ฯลฯ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงสุดถึง 42%

ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 60 กำหนดหน้าที่ของรัฐไว้ว่า “รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่ และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชน” ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติก็ได้กำหนดประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงทางอวกาศด้วยเช่นกัน

ดาวเทียมนภา-1
ขอบคุณภาพจาก Wassana Nanuam

ด้วยความสำคัญด้านความมั่นคงและภัยคุกคามทางอวกาศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กองทัพอากาศจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปี และกำหนดให้มิติอวกาศเป็นหนึ่งในมิติหลักในการปฏิบัติภารกิจ และได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางอวกาศกองทัพอากาศเมื่อเดือนตุลาคม 2562 เพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติในอวกาศ และการปฏิบัติการทางอวกาศทั้งปวงเพื่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ เทคโนโลยีอวกาศสามารถตอบสนองในการพัฒนาประเทศได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ การพยากรณ์อากาศ การวางผังเมือง การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การสื่อสารและโทรคมนาคม รวมถึงการใช้ดาวเทียมเพื่อความมั่นคงในการลาดตระเวนเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ชายแดน

สำหรับเป้าหมายของการใช้ นภา-1 คือ การเฝ้าระวังทางอวกาศ เพื่อค้นหา ติดตาม และพิสูจน์ทราบภัยคุกคามจากอวกาศที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ด้านอวกาศของประเทศ เช่น ดาวเทียมของต่างชาติเข้ามาใช้วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้าที่ประเทศไทยได้สิทธิอยู่, การชนดาวเทียมของไทยโดยวัตถุอวกาศ และเหตุการณ์ชิ้นส่วนจรวดหรือดาวเทียมตกใกล้ประเทศไทย เป็นต้น

การข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวนทางอวกาศ มีภารกิจด้านการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวนทางอวกาศ (Space ISR) ที่จะสามารถสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศได้ทั้ง ระดับยุทธศาสตร์ ระดับยุทธการ และระดับยุทธวิธี ทั้งในภารกิจการปฏิบัติการรบและการปฏิบัติการที่มิใช่การรบ โดยการใช้ภาพถ่ายหรือข้อมูลจากดาวเทียม แล้วดำเนินการปรับแก้และประมวลผลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ด้วยขีดความสามารถของดาวเทียม “นภา 1” ที่สามารถถ่ายภาพพื้นโลกจากอวกาศ และเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติการได้ทั่วประเทศไทย ทำให้สามารถตอบสนองภารกิจการปฏิบัติการทางอากาศและอวกาศ การลาดตระเวน และเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน การสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนจะเป็นรากฐานอันสำคัญในการพัฒนาสร้างอุตสาหกรรมอวกาศภายในประเทศไทยได้อีกด้วย

พล.อ.ต.สุพิจจารณ์ ยืนยันว่า การยิงส่ง “ดาวเทียมนภา-1” ขึ้นไปอวกาศนั้น มีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ไม่ใช่เพื่อการรบหรือสอดส่องติดตามใคร ใช้เพื่อพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเกษตรกรรม ป่าไม้ ทรัพยากระรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ชลประทาน โดยยืนยันว่า “นภา-1” จะไม่ได้ขึ้นไปทำงานซ้ำซ้อนกับดาวเทียมอื่น เช่น ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้งบประมาณเท่าไร พล.อ.ต.สุพิจจารณ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว โดยระบุสั้นๆ ว่า ขออนุญาตไม่ตอบ แต่ยืนยันว่าเป็นงบประมาณในส่วนของกองทัพอากาศเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team