ดูหนังออนไลน์
Politics

‘ผบ.สูงสุด’ ไม่ห่วงหากยกเลิก ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ชี้เปิดประเทศต้องคิดรอบคอบ!

“ผบ.สูงสุด” ไม่ห่วงหากยกเลิก “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ชี้การเปิดประเทศอย่างเสรี ต้องมีการพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เผย “บิ๊กตู่” ย้ำประเทศต้องเดินต่อไปได้

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบขวัญกำลังใจ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้เป็นตัวแทนขอบคุณ รวมถึงติดตามความคืบหน้าการทำงาน ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ

พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ตร.ได้รายงานผลการปฏิบัติตั้งแต่วันประกาศ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ถึงปัจจุบัน ประมาณ 80 วัน ที่ได้ตอบสนองความต้องการและงานที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับสาธารณสุข โดยการตั้งด่านตรวจโควิด-19 ด่านเคอร์ฟิว กำลังพลที่ใช้จากทั่วประเทศ 4 หมื่นกว่านาย จัดตั้งจุดตรวจ 1,600 จุด และปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถือว่าตำรวจเป็นส่วนสำคัญในการระงับการแพร่ระบาดของไวรัส

“เมื่อเลิกสถานการณ์เคอร์ฟิว ทางตำรวจก็ปรับรูปแบบการปฏิบัติงานเพื่อที่จะจัดตั้งจุดตรวจในจุดที่จำเป็น กับเพิ่มขีดความสามารถในการออกตรวจตรา ค้นหาเป้าหมาย ซึ่งอาจเป็นผู้ก่ออาชญากรรม การชุมนุม หรือกิจกรรมต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เป็นการปรับบทบาทเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่เปลี่ยนไป” พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในส่วนของ ศปม. จะมีการถ่ายโอนอำนาจไปอย่างไร พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามปกติ หากมีการเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนก็กลับไปใช้กฎหมายที่มีอยู่เดิม

เมื่อถามว่า สิ่งที่ทุกคนมีความกังวลการออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง จะดูแลภาพรวมอย่างไร หากไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม ที่ไม่ทำผิดกฎหมายที่กำหนด ก็สามารถกระทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทัศนะของฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าสถานการณ์ตอนนี้ควรจะต่อหรือยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนขอตอบในกรอบของสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดได้ สิ่งสำคัญที่สุดที่นายกรัฐมนตรีพยายามเน้นย้ำคือ ประเทศต้องเดินต่อไปได้ ผู้คนต้องทำมาหากินได้ เศรษฐกิจต้องเจริญเติบโตเป็นปกติ เราก็ประเมินว่าอะไรก็ตามที่สามารถลดหย่อนการเข้มงวดเพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ รัฐบาลพยายามจะเน้นแบบนั้น

ทั้งนี้ ในส่วนของฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหารตำรวจ พยายามที่จะยืดหยุ่นขั้นตอนต่างๆ เพื่อไม่ให้ไปกระทบการทำมาหากิน ยกตัวอย่างตลอด 80 วัน จะไม่พบว่าตำรวจปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เดือดร้อน รำคาญ ทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างสุขุม สุภาพ นุ่มนวล ไม่มีการร้องเรียนว่ากระทำเกินหน้าที่ รุนแรงเกินกว่าเหตุ นายกฯ ก็ได้ให้คำชมเชย ผ่านตนเองมามอบให้ ผบ.ตร. ไปบอกต่อกำลังพลทุกนาย

“การเปิดประเทศอย่างเสรี ต้องมีการพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจาก travel bubble หรือการให้สิทธิพิเศษของการเดินทางเข้าออกประเทศระหว่างกันได้โดยไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น แต่ขณะนี้ ยังติดขัดในข้อปฏิบัติ ทั้งประเทศต้นทาง ปลายทาง และข้อกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบให้รอบคอบ อย่างไรก็ตาม มองว่า หากไม่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การพิจารณาคนเข้าประเทศ เชื่อว่า กฎหมายปกติ สามารถดูแลควบคุมการเดินทางเข้าออกได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป” พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว

ภาพจาก กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team