ดูหนังออนไลน์
Business

เปิดวิธีใช้สิทธิ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-บัตรคนจน’ ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

เปิดวิธีใช้สิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-บัตรคนจน” ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ฟรี เพียงโชว์บัตรฯ-แจ้งสถานีปลายทาง-รอรับตั๋วโดยสารได้เลย

บัตรคนจน ขึ้นรถไฟฟ้า

ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล 7 ด้าน หนึ่งในนั้นคือ ด้านการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) และรถไฟฟ้า 500 บาท, รถโดยสาร บขส. (รถทัวร์ บขส.) 500 บาท และรถไฟ 500 บาท ซึ่งผู้ถือบัตรคนจนจะได้รับทุกคน แต่ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

การใช้สิทธิ์ บัตรคนจน ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงนำบัตรฯ ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี แจ้งสถานีปลายทางเพียงเท่านี้ ก็จะได้รับตั๋วโดยสารพร้อมเดินทางแล้ว โดยสามารถใช้ซื้อตั๋วได้ทุกสถานี

สำหรับค่าโดยสารจะหักจากเงินสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่รัฐมอบให้ 500 บาทต่อเดือน แต่จะสงวนสิทธิ์จำหน่ายบัตรโดยสาร ให้กับผู้เป็นเจ้าของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น

 

เงื่อนไขใช้ บัตรคนจน ขึ้นรถไฟฟ้า

  • ซื้อตั๋วโดยสารได้ครั้งละไม่เกิน 2 ใบ สำหรับการเดินทางขาไป และขากลับ วงเงินสวัสดิการ 500 บาทต่อเดือน
  • ต้องมีเงินเพื่อการเดินทางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขั้นต่ำ 16 บาท เพื่อให้ออกตั๋วโดยสารราคาต่ำสุดได้
  • หากจำนวนเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่เพียงพอสำหรับค่าโดยสาร เจ้าหน้าที่จะออกตั๋วโดยสารราคาต่ำสุด 16 บาท ให้ และผู้โดยสารต้องไปจ่ายส่วนต่างด้วยเงินสด ที่สถานีปลายทาง
  • ทั้งนี้ ระบบรถไฟฟ้า BTS จะรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเวอร์ชั่น 2.0, 2.5 และ 4.0 ที่แจกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

บัตรคนจน ขึ้นรถไฟฟ้า

7 สิทธิประโยชน์

ตามปกติ ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 ด้านด้วยกัน ดังนี้

  • ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าประชารัฐ วงเงิน 200-300 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับทุกคน
  • ค่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) และรถไฟฟ้า 500 บาท, รถโดยสาร บขส. (รถทัวร์ บขส.) 500 บาท และรถไฟ 500 บาท ซึ่งไม่สามารถเกิดเงินสดได้ โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับทุกคน
  • ค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท ต่อ 3 เดือน โดยนำบัตรไปซื้อแก๊สกับร้านที่ร่วมรายการ แต่ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับทุกคน
  • เงินผู้สูงอายุเพื่อการยังชีพเพิ่มเติม สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป วงเงิน 50-100 บาทตามเกณฑ์รายได้ โดยผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท และรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้เงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

  • คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เติมเงินเข้าบัตรฯ และใช้เงินจากบัตรฯ รูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC โดยรัฐจะคืนภาษี VAT 5% ผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ของบัตรฯ ซึ่งประชาชนสามารถกดออกมาเป็นเงินสด หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าและร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ แต่ยอดเงินคืนสูงสุดจะไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน ถึงเดือนกันยายน 2563
  • ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยผู้ได้สิทธิคือ ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย ถึงเดือนกันยายน 2563
  • ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย ถึงเดือนกันยายน 2563

นอกจากนี้ ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเพิ่มสิทธิประโยชน์อย่างที่ 8 คือ เงินเยียวยาไวรัสโควิด-19 จำนวน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน รวมแล้ว 3,000 บาท สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่เคยได้รับการเยียวยาโควิด-19 จากมาตรการอื่นๆ มาก่อน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team