ดูหนังออนไลน์
Business

ห้าม ‘พนักงานการบินไทย’ ให้ข่าวเสียหาย ฟันโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออก

ข้อกำหนดใหม่! “ห้ามพนักงานการบินไทยให้ข่าว” ทำแตกแยกหรือเสียหาย ฝ่าฝืนฟันโทษทางวินัย สูงสุดถึงขั้นไล่ออก ด้านพนักงานล่ารายชื่อร้องกระทรวงแรงงาน ค้านข้อกำหนดละเมิดสภาพการจ้างเดิม

ห้ามพนักงานการบินไทยให้ข่าว

รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า การบินไทยได้ออกประกาศเรื่อง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา โดยกำหนดการกระทำที่เข้าข่ายผิดวินัยของบริษัทเพิ่มเติม คือ การ ห้ามพนักงานการบินไทยให้ข่าว ที่สร้างความแตกแยกหรือเสียหายแก่บริษัท มิเช่นนั้นจะมีโทษทางวินัย สูงสุดถึงขั้นไล่ออก

โดยข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อที่ 7 ระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของบริษัทและหรือของบุคคลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ต่อผู้ที่ไม่มีสิทธิรับรู้ตามกฎหมายระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือข้อตกลงทางธุรกิจ รวมถึงสื่อมวลชน สาธารณะและ/หรือบุคคล โดยเจตนาให้เกิดความแตกแยก และหรือเกิดความเสียหายกับบริษัท ในรูปแบบ ต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ เป็นต้น เว้นแต่มีหน้าที่หรือได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอำนาจดำเนินการและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ถือเป็นการทำผิดวินัย

หากพบว่าฝ่าฝืน บริษัทจะดำเนินการลงโทษตามระดับความรุนแรง เช่น ตักเตือน ตัดเงินเดือน พักงาน หากทำผิดซ้ำอาจโดนลงโทษให้ออกจากงาน

รายงานข่าวจากการบินไทยเปิดเผยต่อว่า นอกจากการห้ามพนักงานให้ข่าวแล้ว ข้อบังคับดังกล่าว ซึ่งออกโดยฝ่ายบริหาร ได้เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างใหม่หลายด้าน เช่น งาน เวลาพัก วันหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด วินัยและโทษทางวินัย การเลิกจ้าง ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ  และข้อกำหนดอื่นๆ เพื่อนำมาบังคับใช้กับพนักงานบริษัท ภายหลังจากที่บริษัทหลุดพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ

จากปกติบริษัทจะต้องนำสิทธิ์พื้นฐานตามระบบเดิมมาใช้ แต่ครั้งนี้บริษัทมีการกำหนดสิทธิ์ขึ้นใหม่ ทำให้สิทธิ์พื้นฐานหายไป ทั้งนี้ในส่วนสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตรที่จะหมดไปตามฐานะบริษัทที่เปลี่ยนสภาพเป็นนิติบุคคล เป็นเรื่องที่พนักงานยอมรับได้และเข้าใจ

แต่สิทธิ์เรื่องสภาพการจ้างอื่นๆ พนักงานยอมไม่ได้  เพราะสิทธิ์ตามสภาพการจ้างพื้นฐานในฐานะบริษัทเอกชน และรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่แตกต่างกัน แต่บริษัทกลับมาปรับเปลี่ยนสภาพการจ้างใหม่ โดยกำหนดสิทธิ์ทุกอย่างให้เป็นขั้นต่ำสุด เช่น วันพักผ่อนตามประเพณีปกติได้ 14 วัน แต่ประกาศใหม่ ปรับลดลงเหลือ 13 วัน การลาหยุดพักผ่อนประจำปีเดิม กำหนดตามอายุงานใหม่ลาได้ 6 วัน  อายุงาน 10 ปีขึ้นไปก็มีทั้ง 10 วัน  15 วัน และ 24 วัน แต่ประกาศใหม่ให้หยุด 6วั น  หลักการคิดคำนวนค่าล่วงเวลาก็ลดลง รวมถึงการคำนวนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย

ห้ามพนักงานการบินไทยให้ข่าว

ทั้งนี้ ตามกฎหมายของ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มีการกำหนดเหมือนกันว่า เอกชนที่มีการเปลี่ยนแปลงนายจ้างให้ยึดสภาพการจ้างเดิม แต่กรณีนี้พนักงานไม่ได้เปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างยังคงเป็นบริษัทการบินไทยตามเดิม แต่บริษัทกลับฉวยโอกาศเปลี่ยนสภาพการจ้าง ถือเป็นการเอาเปรียบพนักงาน เหมือนกับให้นักงานทุกคนเริ่มนับ 1 ใหม่ในสิทธิ์ต่างๆ

ล่าสุดพนักงานการบินไทย จึงกำลังล่ารายชื่อผู้คัดค้านข้อบังคับดังกล่าว เพื่อยื่นถึงกระทรวงแรงงานภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

“พนักงานจำนวนมาก ไม่พอใจที่บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งตามกฎหมายหากพนักงานไม่คัดค้านจะถือว่ายอมรับสภาพ ดังนั้น พนักงานที่ไม่เห็นด้วยกำลังล่ารายชื่อ เพื่อรวบรวมรายชื่อใช้สิทธิ์คัดค้านประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทที่ออกมาใหม่ โดยจะร้องขอกระทรวงแรงงานให้พิจารณาสั่งการให้บริษัทคงสภาพการจ้างตามเดิม คาดว่าจะยื่นคัดค้าน ไปยังกระทรวงแรงงาน ได้ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้” แหล่งข่าวกล่าว

วันนี้ (8 มิ.ย.) การบินไทย หรือ THAI ยังได้ส่งหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ครั้งพิเศษที่ 12/2563 มีมติเสนอนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการ และกรรมการอิสระ เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ (ผู้ทำแผน) ในคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัทเพิ่มเติม

การบินไทยได้ยื่นคำร้อง ขอแก้ไขคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทต่อศาลล้มละลายกลางแล้ว ซึ่งศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทแก้ไขคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตามที่บริษัทขอแล้วในวันที่ 5 มิถุนายน 2563

ดังนั้น ผู้ที่บริษัทเสนอต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อให้มีคำสั่งตั้งให้เป็นผู้จัดทำแผนงานของบริษัท ได้แก่ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, นายจักรกฤศฏิร์ พาราพันธกุล, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายบุญทักษ์ หวังเจริญ, นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

NOPPHAWHAN TECHASANEE