Politics

ชาวสวนยางเฮ! รัฐบาลเดินหน้าประกันรายได้ระยะ 2 ยึดแนวทางเดิม

รัฐบาลเดินหน้าประกันรายได้ชาวสวนยาง ระยะ 2 ช่วงเดือน มิถุนายน-พฤศจิกายน 2563 โดยยึดแนวทางการประกันรายได้ระยะที่ 1 พร้อมมุ่งบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ

ประกันรายได้ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติวานนี้ (2 มิ.ย.) มีมติ ประกันรายได้ เกษตกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่า การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุม ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์ยางพาราโลกในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไตรมาสแรกพบว่า ความต้องการใช้ยางของโลกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วลดลง 19.53% สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของไทยมีการใช้ยางลดลงเกือบ 50%

ประกันรายได้
วาระสำคัญของการประชุมวันนี้ นางสาวรัชดา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการการประกันรายได้เกษตกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 ช่วงเดือน มิถุนายน-พฤศจิกายน 2563 โดยยึดแนวทางการ ประกันรายได้ ระยะที่ 1 ส่วนรายละเอียดให้การยางแห่งประเทศไทยไปพูดคุยและทำความเข้าใจกับเครือข่ายชาวสวนยางทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง เรื่องที่สอง คือการอนุมัติโครงการสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 3% ต่อปี จำนวนไม่เกิน 600 ล้านบาท ทั้งสองเรื่องจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

สำหรับการบริหารจัดการปริมาณยางพาราในประเทศ นายกรัฐมนตรีได้ติดตามการดำเนินโครงการภาครัฐด้านการตลาดและแปรรูปสินค้ายางพารา เช่น โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรได้เบิกเงินกู้จาก ธ.ก.ส. ไปแล้ว 1.18 หมื่นล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว สองพันล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางเพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิต/เพิ่มมูลค่าสินค้า มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ กู้เงินแล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท มีการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น 1.3 แสนตัน

ประกันรายได้
นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการทำสวนยางอย่างยั่งยืน โดยกำชับเรื่องการทำงานกับทุกภาคส่วนและให้กำหนดเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งเป้าให้

  1. มีสวนยางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ไว้ที่ 15 ล้านไร่ ภายใน 5 ปี
  2. มีสวนอย่างยั่งยืนแบบผสมผสานลดการพึ่งพารายได้จากยางเพียงอย่างเดียว ไม่น้อยกว่า 2 ล้านไร่ ในระยะเวลา 10 ปี
  3. แก้ปัญหาสวนยางในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์โดยส่งเสริมการทำสวนยางยั่งยืนที่เกื้อกูลธรรมชาติ ภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตั้งเป้าไว้ที่ 5 ล้านไร่

“รัฐบาลตั้งใจดูแลชีวิตความเป็นอยู่ชาวสวนยาง นอกจากนโยบายประกันรายได้แล้ว ยังมีการดำเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ การลดปริมาณยางพาราในประเทศ การขยายตลาดการส่งออก การเพิ่มมูลค่าสินค้าจากยางพาราเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำควบคู่กันไป และขอให้ชาวสวนยางมั่นใจว่ารัฐบาลมีกลไกให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ได้เข้าถึงเงินทุนเพื่อการเพิ่มศักยภาพการผลิตและคุณภาพ สุดท้ายจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น” นางสาวรัชดา กล่าว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2563 โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีความเห็นชอบ

1. ให้มีการ ประกันรายได้ เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 คือ ฤดูการผลิตที่จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 นี้ เป็นต้นไป
2. การเห็นชอบวงเงินกู้ที่รัฐบาลจะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 3% ตามความเป็นจริงสำหรับผู้ประกอบการไม้ยางพารา และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ในวงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 3% โดยไม่เกิน 600 ล้านบาท
3. เห็นชอบให้มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจยางแห้ง คือ ยางแผ่น ยางแท่ง เป็นต้น ในวงเงิน 20,000 ล้านบาท เป็นเงินกู้ในการช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ 2 -3% ตามความเป็นจริง

โดยจะใช้เงินชดเชยดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 600 ล้านบาท ส่วนน้ำยางข้นจะนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากยังไม่มีการเสนอเข้ามา แต่ผู้ประกอบการอยากให้รัฐบาลเข้าไปช่วยเช่นเดียวกัน สำหรับธุรกิจทำน้ำยางข้นและถุงมือยาง ซึ่งต้องให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นผู้นำไปหาหรือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาร่วมกันและนำมาเสนอในการประชุมในครั้งต่อไป

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team