COVID-19

ประกาศการกักตัวประเทศไทย เพิ่มประสิทธิภาพ ‘State Quarantine’ รับเข้าประเทศวันละ 500 คน

ประกาศการกักตัวประเทศไทย เพิ่มขีดความสามารถ State Quarantine กระทรวงกลาโหม เร่งรับมือคนไทยกลับจากต่างประเทศเพิ่มเป็นวันละ 500 คน รวมส่งภูมิลำเนาแล้วเกือบ 9,000 คน

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยในเรื่องการ ประกาศการกักตัวประเทศไทย ว่าจากนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องการให้รับคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศ ได้กลับประเทศเร็วขึ้น จึงเตรียมขยายขีดความสามารถของการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ หรือ State Quarantine ให้รองรับคนไทยกลับจากต่างแดนได้มากขึ้น

ประกาศการกักตัวประเทศไทย

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพิจารณาการเพิ่มขีดความสามารถของ State Quarantine ให้สามารถรับคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศต่อวันได้มากขึ้น หรือเพิ่มขึ้นจากวันละ 400 คน เป็น 500 คน โดยอยู่ระหว่างจัดเตรียมความพร้อมของสถานที่ เจ้าหน้าที่และชุดแพทย์ให้สามารถรองรับการปฏิบัติได้ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2563

ปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถรับคนไทยกลับจากต่างประเทศเฉลี่ย 400 คน ใน 3-5 เที่ยวบินต่อวัน และมีการส่งตัวผู้ครบกำหนดกักตัวควบคุมโรคกลับภูมิลำเนาแล้วเกือบ 400 คนในทุกวัน ซึ่งกระบวนการตามมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ ที่ผ่านมามีส่วนสำคัญยิ่ง ในการควบคุมการแพร่ระบาดจากต่างประเทศที่ผ่านมา โดยสามารถคัดกรองผู้ติดเชื้อได้หลายรายจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

ประกาศการกักตัวประเทศไทย
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์

สำหรับภาพรวมการติดตามการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ (State Quarantine) ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงปัจจุบัน มีสถานภาพคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ ที่เข้าอยู่ในมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐรวม 14,728 คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อและส่งเข้ารับการรักษา 69 คน ครบกำหนดส่งกลับภูมิลำเนาแล้ว 8,638 คน และยังคงอยู่ในสถานกักควบคุมโรคทั้ง 29 แห่ง รวม 6,090 คน

ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนและอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง จัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยที่ตกค้างในฮ่องกงและมาเก๊ากลับประเทศไทย จำนวน 161 คน

โดยสายการบิน Thai Smile เที่ยวบินที่ WE631 เส้นทาง ฮ่องกง – กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.63 เวลา 14.10 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 16.05 น. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากรัฐบาลฮ่องกงและมาเก๊า โดยเฉพาะภารกิจนำคนไทยในมาเก๊าเดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ร่วมกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ได้จัดเที่ยวบินพิเศษของสายการบิน Maldivian Airlines นำคนไทยที่ตกค้างในมัลดีฟส์ 131 คน เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ติดค้าง ผู้ไม่มีถิ่นพำนักถาวรในมัลดีฟส์ พนักงานรีสอร์ตและบริษัท ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวจำเป็นต้องจำกัดจำนวนที่นั่งเนื่องจากเงื่อนไขด้านสาธารณสุขในขณะนี้

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ยังได้แจกจ่ายถุงยังชีพให้คนไทยในศรีลังกาที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอกลับไทยแต่ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียวได้ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้แจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค หน้ากากอนามัย อาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้กับชุมชนคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยแล้ว

ทางด้านเที่ยวบินนำคนไทยตกค้างจากต่างประเทศ วันที่ 7 พฤษภาคม มี 2 เที่ยวบิน คือ แอฟริกาใต้ (โจฮันเนสเบิร์กส) และเกาหลีใต้ (โซล) วันที่ 8 พฤษภาคม มี 2 เที่ยวบิน คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (อาบูดาบี) และอียิปต์ (ไคโร) วันที่ 9 พฤษภาคม มี 4 เที่ยวบิน คือ ญี่ปุ่น (โตเกียว) 2 เที่ยวบิน เนเธอร์แลนด์ (อัมสเตอร์ดัม) และเวียดนาม (ฮานอย) วันที่ 10 พฤษภาคม มี 3 เที่ยวบิน คือ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น (โตเกียว) วันที่ 11 พฤษภาคม มี 4 เที่ยวบิน คือ อินเดีย (นิวเดลี) ญี่ปุ่น (โตเกียว) ฮ่องกง และเกาหลีใต้ (โซล) ทั้งนี้ในช่วงตั้งแต่วันที่ 7-31 พฤษภาคม มีแผนนำคนไทยกลับจากต่างประเทศอีก 7,000 คน

“หากท่านอยู่ในประเทศนั้น หรือใกล้เคียง สามารถติอต่อกับสถานทูต ทั้งนี้ต้องนำเรียนว่า คงไม่ได้ทันใจ เพราะต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างพร้อมกัน คือ คนที่ลงทะเบียน เที่ยวบิน และสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้มีเพียงพอ 3 ข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณา” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงคนไทยที่ยังต้องอยู่ต่างประเทศว่า ส่วนนี้ก็ยังอยู่ได้ ตัวอย่างคนไทยที่อยู่ในมาเลเซียจำนวนมาก หลายคนยังอยู่ได้ และก็อยู่ได้ดีด้วย เพราะได้รับการดูแลจากทางสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่มาเลเซียเป็นอย่างดี คือได้รับการช่วยเหลือแล้วกว่า 29,491 คน ทั้งนี้ยังมีอาสาสมัครที่อยู่ต่างประเทศนำอาหาร และของใช้ไปช่วยเหลือด้วยคนเหล่านี้ด้วย ถ้าท่านอยู่ได้ และไม่มีอาการของโรคการอยู่กับที่จึงดีที่สุด

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team