COLUMNISTS

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ให้ชีวิตท่านปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

สิทธิเดช มัยลาภ
สิทธิเดช มัยลาภ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบเบ็ดเสร็จ
414

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะมีการพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยจะนำร่องไปในจังหวัดที่มีศักยภาพทั่วประเทศ  มุ่งเน้นพัฒนาฟังก์ชั่นความอัจฉริยะไปตามศักยภาพในแต่ละเมือง อาทิ เรื่องการสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility), การท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism), สภาพแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment), เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy), สาธารณสุขอัจฉริยะ (Smart Health ) แต่มีสิ่งที่ทุกเมืองจะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ เรื่องความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตในเขตเมืองให้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันหลายๆ องค์กรธุรกิจให้ความสนใจกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) มากยิ่งขึ้น ไม่เฉพาะวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มมีการนำไปใช้ในหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมีเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม เท่านั้น แต่ได้ขยายไปถึงวงการค้าปลีก โรงพยาบาล ไปจนถึงวงการก่อสร้าง ที่สามารถนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ร่วมกับการเช็คการเข้างาน (Time Attendance) ไปจนถึงการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรม เพื่อเฝ้าระวังเตือนก่อนจะเกิดภัย

บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัย ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับประเทศ และเป็นผู้นำเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลางเต็มรูปแบบ หรือ Smart Command Center เพื่อให้บริการด้านรักษาความปลอดภัยสูงสุด รองรับความต้องการของ 8 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่

1.อาคารที่อยู่อาศัย
2.อาคารสำนักงาน
3.โรงงาน
4.โรงแรม
5.โรงพยาบาล
6.ห้างสรรพสินค้าและธุรกิจค้าปลีก
7.มหาวิทยาลัย
8.หน่วยงานราชการ

สำหรับศูนย์ควบคุมนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพความปลอดภัย ให้แก่กลุ่มเป้าหมายทั้ง 8 กลุ่มดังกล่าว ด้วย เทคโนโลยีที่สำคัญ (Key Technology) เช่น ระบบการควบคุมดูแลจากส่วนกลางตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการรวมศูนย์ของภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณต่างๆ เข้ามาที่ส่วนกลางเพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการ พร้อมด้วยระบบการจัดการการแจ้งเตือน การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที รวมไปถึงการบริหารจัดการฐานข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ

นอกจากนี้ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด ประกอบไปด้วย

1. ระบบรักษาความปลอดภัยโดยใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) และ AI Technology

2. ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถระบุและตรวจสอบบุคคลจากภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวผ่านการประมวลผลด้วย AI โดยสามารถจำแนกบุคคลที่อาจเป็นอันตราย หรือมีประวัติอาชญากรเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ติดตามเฝ้าระวัง สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ให้กับลูกบ้านและทรัพย์สิน ส่วนธุรกิจค้าปลีกสามารถจำแนกลูกค้า VIP เพื่อยกระดับการบริการ รวมถึงสามารถจำแนกบุคคล หรือลูกค้าที่มีความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการ เช่น เมื่อลูกค้าเข้ามาใน Sale Gallery ระบบ AI สามารถจดจำและบันทึกความถี่ในการเข้ามาดูโครงการของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ถือเป็นการความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและธุรกิจ (CRM : Customer Relationship Management)

3. License Plate Recognition (LPR) ระบบบริหารจัดการการเข้าออกของรถยนต์ภายในโครงการ ด้วยการนำเทคโนโลยีการบันทึกป้ายทะเบียนรถยนต์มาใช้ โดยระบบนี้จะทำการตรวจสอบและบันทึกป้ายทะเบียนรถยนต์ของผู้ที่มาติดต่อ เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้แก่โครงการ

4. เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ เช่น การเชื่อมต่อกับระบบดับเพลิง และการเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการอาคาร เป็นต้น

การนำเทคโนโลยีมาใช้นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องการรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่า หรือผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก ช่วยบริหารจำนวนเจ้าหน้าที่และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ ความทันสมัยและเพิ่มความประทับใจในการให้บริการกับแขก VIP หรือผู้ที่เข้ามาใช้บริการ #SKYICTTHAILAND

Add Friend Follow