COVID-19

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง ‘ใครได้บ้าง-ต้องทำยังไง’ ได้เงิน 3,000 บาท

เปิดวิธี ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง รับเงินเยียวยา 3,000 บาทจากรัฐบาล ถ้าได้รับสิทธิสวัสดิการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐบาลอยู่แล้ว เงินเข้าบัญชีอัตโนมัติ แต่ถ้ายังไม่เคยได้รับสิทธิ ต้องลงทะเบียนก่อน 

จากกรณีที่รัฐบาลประกาศมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบาง เพื่อรับเงินช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 3,000 บาท โดยที่มีผู้ได้สิทธิ์ประมาณ 13 ล้านคนนั้น มาตรการที่ออกมามีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละกลุ่ม

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง

กลุ่มเปราะบางมีใครบ้าง

  • เด็กจากครัวเรือนยากจน ตั้งแต่แรกเกิด -6 ขวบ จำนวน 1.45 ล้านคน
  • ผู้สูงอายุ จำนวน 9.66 ล้านคน
  • ผู้พิการ 2 ล้านคน

การจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มเปราะบางนั้นจะดำเนินการจ่ายให้รายละ 1,000 บาทต่อเดือน เพิ่มจากเงินอุดหนุนเดิมที่จ่ายอยู่แล้ว ระยะเวลาในการจ่าย 3 เดือน ตั้งแต่ พฤษภาคม – กรกฎาคม โดยจะเริ่มจ่ายในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะทบเงินจากเดือนพฤษภาคมไปด้วยในการเริ่มจ่าย

ทำให้กลุ่มเปราะบางดังกล่าวจะได้รับเงินเยียวยารวม 2,000 บาท และเดือนกรกฎาคมอีก 1,000 บาท รวมทั้งหมด 3,000 บาท โดยใช้วงเงินรวมประมาณ 39,429,237,000 บาทจาก พ.ร.ก. กู้เงินให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง

ในกรณีที่เป็นบุคคลในกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับเงินสวัสดิการช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่แล้ว เงินเยียวยาจะจ่ายรวมกับเงินที่ได้รับปกติทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียนแต่อย่างใด เพราะรัฐมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง

กลุ่มเด็กแรกเกิด

กลุ่มนี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการ “เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด” เดือนละ 600 บาท ถ้าหากได้รับเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง ก็จะได้รับเงินรวมกัน

  • เดือนมิถุนายน   2,600 บาท
  • เดือนกรกฎาคม 1,600 บาท

ลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง

กลุ่มผู้สูงอายุ

กลุ่มนี้ปกติจะได้รับเงินช่วยเหลือในโครงการ “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” จำนวน 600-1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับอายุ หากได้รับเงินเยียวยาด้วย ก็จะได้รับเงินรวมกันไปเช่นเดียวกัน

  • เดือนมิถุนายน   2,600-3,000 บาท
  • เดือนกรกฎาคม 1,600-2,000 บาท

กลุ่มคนพิการ

กลุ่มนี้ปกติจะได้รับเงินช่วยเหลือ “เบี้ยยังชีพผู้พิการ”  800 บาทต่อเดือน หากได้รับเงินเยียวยาด้วย ก็จะรับเงินรวมกับเงินช่วยเหลือเดิมที่ได้อยู่แล้ว

  • เดือนมิถุนายน   2,800 บาท
  • เดือนกรกฎาคม 1,800 บาท

นอกจากนี้ กลุ่มคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการอีก 1.99 ล้านราย จะได้รับเงินอีก 1,000 บาท จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แบ่งเป็น

  • คนพิการ ที่รับเบี้ยความพิการผ่านบัญชีธนาคาร

กรมบัญชีกลาง จะโอนเงิน 1,000 บาท เข้าบัญชีคนพิการโดยตรง จำนวนกว่า 1,600,000 คน ภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563

  • คนพิการ ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล และ อบต.) จ่ายเป็นเงินสด ให้กับคนพิการจำนวนกว่า 300,000 คน คาดว่าจะจ่ายแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2563

ส่วนคนพิการ ที่ไม่ได้รับเบี้ยความพิการ กว่า 60,000 คนทั่วประเทศ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) จะโอนเงินเข้าบัญชีคนพิการโดยตรง หรือจ่ายเป็นเงินสดให้กับคนพิการ คาดว่าจะจ่ายแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2563

ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการ

สำหรับผู้ที่สงสัยว่า ตัวเองได้รับสิทธิสวัสดิการของรัฐหรือไม่ สามารถดำเนินการตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และสวัสดิการสังคม ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

ขั้นตอนการตรวจสอบ

  • กรอกหมายเลขบัตรประชาชน แล้วกดปุ่ม ตรวจสอบ

  • หน้าจอแสดงผลการตรวจสอบ

หากเป็นผู้ได้รับสิทธิ จะปรากฏสวัสดิการที่ได้รับ เช่น จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับค่าใช้จ่ายอะไร หรือได้สิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเบี้ยยังชีพผู้พิการ แต่ถ้าหากไม่ได้รับสิทธิใดๆ จะปรากฏข้อความ ไม่พบสิทธิ

อย่างไรก็ดี หากไม่ได้มีชื่อในกลุ่มเปราะบาง แต่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเปราะบาง และยังไม่เคยได้รับสิทธิใดๆ มาก่อน จะต้องไปลงทะเบียนก่อน โดยต้องเดินทางไปที่ สำนักงานเขต อบต. หรือเทศบาล ตามภูมิลำเนาของตัวเอง ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง และทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อยู่ระหว่างการหารือว่าจะช่วยเหลือกลุ่มนี้ รวมไปถึงกลุ่มที่ตกหล่น อย่างไร

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ call center ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม โทรศัพท์ 02-127-7000 และ 02 270 6401 ในวัน และเวลาราชการ

ทางด้านกรมบัญชีกลาง ย้ำด้วยว่า  ระบบ โครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม หรือ  e-Social Welfare นั้น เป็นระบบที่ใช้ในการตรวจสอบสิทธิของผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการที่จ่ายกรณีปกติเป็นรายเดือนเท่านั้น  ไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 3,000 บาท และใช้สำหรับการตรวจสอบสิทธิในการรับเงินนี้ไม่ได้

นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง ระบุว่า ข้อมูลที่แชร์กันอยู่ตามโซเชียลมีเดียน  ที่เชิญชวนประชาชนให้มาตรวจสอบสิทธิรับเงิน 3,000 บาท จากรัฐบาล  e-Social Welfare ของกรมบัญชีกลางนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลเหล่านี้  หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ call center ของกรมบัญชีกลาง โทร 02 270 6400 ได้ในวัน และเวลาราชการ

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team