ดูหนังออนไลน์
General

‘วราวุธ’ ส่งมอบระบบ ‘โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ’ แก้วิกฤติ ‘พิจิตร-พิษณุโลก’

วราวุธ ส่งมอบระบบน้ำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 3 ตำบล แก้วิกฤติน้ำท่วม น้ำแล้ง ในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก พร้อมให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ร่วมบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลป่ามะคาบ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร และตำบลไผ่ล้อม จังหวัดพิษณุโลก ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งต้องใช้น้ำจากคลองท่าหลวง คลองโกรงเกรง คลองไผ่ล้อม และจากแหล่งน้ำ หนอง และบึง มาใช้ทำการเกษตร

แต่เนื่องจากประสบปัญหาสภาพแหล่งน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ตื้นเขินมาก บางช่วงมีการพังทลายของตลิ่ง ทำให้ไม่สามารถเก็บน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ส่วนในช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำไหลผ่านคลองจำนวนมาก และสภาพคลองปัจจุบันไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ประกอบกับ หนอง บึง ก็มีสภาพตื้นเขิน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังสูง 1-1.5 เมตร น้ำไหลบ่าเข้าพื้นที่ทางการเกษตร ทำให้ราษฎรในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง และประสบปัญหาสภาพน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงฤดูฝน จนเกิดความเสียหายเป็นประจำทุก ๆ ปี

การจัดหาแหล่งน้ำและแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบ จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  โดยกรมทรัพยากรน้ำได้ใช้หลักการโครงการแก้มลิง โครงการอ่างพวง โครงการประตูระบายน้ำ โครงการระบบเครือข่ายน้ำ มาเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ อุปโภค บริโภค และบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ให้กับประชาชนในเขตพื้นที่โครงการ และยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับทำการเกษตร รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกักและระบายน้ำได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำบริเวณเขตพื้นที่โครงการ

แนวคิดแก้ไขวิกฤติน้ำ 

  • โครงการแก้มลิง

ขุดลอกหนองน้ำ แหล่งน้ำ ที่เสื่อมโทรม ตื้นเขิน ให้สามารถรับน้ำนองในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม

  • โครงการอ่างพวง

ขุดลอก ห้วย คลอง เชื่อมหนองน้ำที่ทำการปรับปรุง ฟื้นฟู เชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยน้ำสามารถไหลถึงกันทั้งหมดเป็นระบบอ่างพวง

  • หลักเศรษฐกิจพอเพียง

ส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนมาเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ใช้น้ำน้อย ส่งเสริมการเกษตรแบบอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งนำพืชผลการเกษตรมาบริโภคในครัวเรือน เมื่อเหลือจึงแบ่งขายเพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน ภายหลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ มีความห่วงใยประชาชนในการหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายในการส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก โดยการนำนวัตกรรมการสูบส่งน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และการใช้เทคโนโลยีการเก็บสำรองน้ำในถังทรงแคปซูล ความจุน้ำขนาดใหญ่ ที่มีความทนทานต่อแดด ลม ฝน และทนแรงดันสูง สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ เพื่อส่งน้ำและกระจายน้ำไปยังพื้นที่แปลงเพาะปลูกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง

การดำเนินการครั้งนี้ ได้ประยุกต์นวัตกรรมการออกแบบ ให้ตอบรับกับความต้องการของผู้ใช้งาน ผ่านเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า BIM หรือ Building Information Modeling โมเดล 3 มิติที่สร้างงานก่อสร้างเสมือนจริง จึงสามารถวางแผนการก่อสร้างได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุนการก่อสร้างให้น้อยที่สุด พร้อมกับเพิ่มความสุขให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมา ในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งนอกจากจะใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจในช่วงออกแบบได้เป็นอย่างดีแล้วนั้น ข้อมูล BIM ผนวกกับข้อมูลด้าน GIS นี้ยังสามารถใช้ในการบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างยั่งยืน และยังสามารถนำข้อมูลนี้ไปเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายอื่น รวมทั้งการติดตามการใช้น้ำ การบริหารจัดการน้ำโดยกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตอีกด้วย

ค่าลงทุนสำหรับการพัฒนาโครงการรวมทั้งสิ้น 704.241 ล้านบาท ผลประโยชน์จากการดำเนินงานครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 3,332 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับผลประโยชน์ รวมทั้งสิ้น 49,936 ไร่ ประชาชนในเขตพื้นที่โครงการได้มีน้ำใช้ในเพื่อการเกษตร การอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศ

ทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัยให้กับประชาชนในเขตพื้นที่โครงการทั้ง 3 ตำบล สามารถลดระดับน้ำท่วมเฉลี่ยจาก 1.50 เมตรลงเหลือศูนย์เมตร คือไม่ท่วม และยังพัฒนาพื้นที่การเกษตร ยกระดับให้ประชาชนได้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบล ให้ใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและเกิดการใช้ประโยชน์อย่างสมดุล

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team