ดูหนังออนไลน์
Entertainment

รอง เค้ามูลคดี ควงลูกสาว โต้ดราม่า คนหาว่าทรมาน แม่ทุม หลังนอนป่วยรักษานานกว่า 8 ปี



นักแสดงอาวุโสมากฝีมือ รอง เค้ามูลคดี ที่วันนี้ควงลูกสาว ยุ้ย ปัทมวรรณ มาเผยความรู้สึกหลังครบรอบแต่งงาน 52 ปี กับ แม่ทุม-ปทุมวดี เค้ามูลคดี ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่องONE31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร พร้อมเผยความรู้สึก หลังโควิดทำพิษไม่ได้เจอแม่ทุมนานนับเดือน พร้อมโต้ดราม่ายื้อแม่ทุมไว้ 8 ปี เป็นการทรมานแม่ทุม

สถานการณ์โควิด ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง?

พ่อรอง : “ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่กับบ้าน จะไปไหนที จะไปเยี่ยมคุณทุมลูกก็บอกว่าพ่ออย่าไปเลย อายุพ่อเยอะแล้ว ออกไปไหนก็เสี่ยง”

ยุ้ย : “คือเราจะกังวลมากคนสูงอายุจะติดเชื้อง่าย เราก็จะระวังคุณพ่อมาก”

พ่อรองไม่ได้เจอแม่ทุมนานเท่าไหร่แล้ว ช่วงที่แบบ?

พ่อรอง : “เป็นเดือน เริ่มโควิดใหม่ๆ เราก็รู้มันอันตราย เราก็ไม่มั่นใจตัวเราเอง เราจะเอาอะไรไปติดเขาหรือเปล่า เพราะตอนนี้ทุมเขารับอะไรง่ายมาก หรือไหมอีกทีเราไปโรงพยาบาลเราจะไปติดโรคกลับมาบ้านหรือเปล่า ก็ทนอยู่เดือนครึ่งมันไม่ไหวแล้ว คนที่เคยไปหากันประจำๆ หอมแก้มกันทุกวัน อยู่ดีๆ มันก็ไปไม่ได้ ก็บอกยุ้ยพ่อจะไปเยี่ยมแม่ พ่อไปไม่ได้ อ้างเหตุผลสารพัด”

ยุ้ย : “ส่วนตัวยุ้ยกลัวมากจนพ่อแซว คือกลัวแล้วก็ระวังทุกคน แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาไม่ไหวแล้ว เขาจะต้องไป มันตรงกับใจเรา เราก็ไม่ไหวเหมือนกัน เราก็อยากจะไปแล้วเหมือนกัน”

ช่วงเวลาที่พ่อไม่ได้เจอแม่เดือนกว่าๆ เห็นว่าคิดถึงมากฝันถึงแม่เกือบทุกวัน?

พ่อรอง : “ฝัน เราอาจจะพะวงถึงเขามาก นอนๆ อยู่ ตกใจตื่นมาตี 3 ฝันว่าทุมมาเรียก เธอจะนอนอะไรนักหนา เธอมีงาน ฝันหลายครั้งมาก พ่อว่ามันเกิดจากความกังวล”

ยุ้ยล่ะฝันบ้างไหม?

ยุ้ย : “ฝัน ปกติไม่เคยฝัน อย่างที่พ่อบอก เราคิดมันอยู่ในหัวเราไม่ได้ไปหาเขานานแล้ว เราก็คิดถึง”

พ่อกับแม่ครบรอบแต่งงาน 52 ปี ที่แต่งงานกันมา?

พ่อรอง : “ใช่ ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม 2511”

วินาทีที่เห็นพ่อกับแม่เจอกันหลังจากที่ไม่เจอกันเดือนกว่า?

ยุ้ย : “สำหรับยุ้ยมันไม่ได้มีอะไรที่มากไปกว่าปกติ เพราะคุณพ่อเขาปฏิบัติเหมือนเดิมทุกครั้งที่เขาไปหาคุณแม่ เพียงครั้งนี้อาจจะหอมแก้มไม่ได้ เขาก็จับมือ พูดคุย ซึ่งเป็นภาพที่เราเห็นปกติอยู่แล้ว”

ถ้าย้อนไปตอนรักกันใหม่ๆ ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?

พ่อรอง : “ตอนรักกันใหม่ๆ มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอยู่มาได้ถึงตอนนี้ เพราะพ่อซนมาก จะว่าเจ้าชู้ก็ไม่ได้ พ่อเป็นคนมิตรสัมพันธ์ดี อยู่ตรงไหนใครก็รัก พอมาย้อนคิดไปถึงระยะแรกๆ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนทนกับฉันได้ขนาดนี้ ฉันคิดถูกที่เลือกเธอเป็นคู่ชีวิต เพราะแม่จะมีทั้งไม้อ่อน ไม้แข็ง ว่าเราอยู่ด้วยกันเราต้องไปทางเดียวกัน”

สมัยก่อนที่พ่อเป็นผู้ชายลั้นล้า แม่ทุมมีตามไปหึงไหม?

พ่อรอง : “ถามว่าหึงไหม ผู้หญิงทุกคนย่อมไม่ชอบหรอกที่คนที่ตัวเองรักไปยุ่งกับคนอื่น แต่จะบอกว่าไม่มีใครให้เกียรติสามีเท่าคุณทุม ทุกครั้งที่ยายทุมไปเจอพ่ออยู่กับผู้หญิง ทุมจะพูดว่าไปคุยกันในรถ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา พ่อถามว่าแม่รู้ไหมเวลาพ่ออยู่กับผู้หญิงแล้วแม่เดินเข้าไปในร้านเนี่ย ทุกสายตาเขาจ้องหมดเลยว่าวันนี้เขาได้ดูการราวีอย่างแน่นอน แต่ทำไมแม่ไม่เป็นอย่างนั้น แม่ก็พูดว่าฉันให้เกียรติผัวฉัน แล้วก็บอกว่าฉันจะพยายามอดทนนะว่าเมื่อไหร่ผัวจะให้เกียรติฉันบ้าง”

จนมาวันนี้พ่อรองไม่เคยทิ้งแม่ทุมเลย?

พ่อรอง : “ไม่ทิ้ง จะบอกเลยว่าชีวิตนี้จะทิ้งกันก็ต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นไปตั้งอยู่บนเมรุ”

ซึ่งคำพูดนี้เป็นคำพูดที่พ่อรองเคยบอกกับคุณพ่อแม่ทุมด้วย?

พ่อรอง : “ใช่ คือวันที่เราไปขอเขา พ่อเขาบอกว่าคุณมั่นใจได้มากแค่ไหนว่าคุณจะเลี้ยงลูกผม ผมบอกว่าผมมั่นใจครับ พ่อก็บอกว่าคุณมีสินสอดไหม ผมก็บอกว่าไม่มี ผมยังเป็นหนี้สโมสรด้วยซ้ำ แล้วเขาก็บอกว่าคุณมั่นใจได้ยังไงว่าคุณไม่ทิ้งลูกผม เราก็ก้มลงไปกราบเท้า แล้วบอกว่าพ่อครับ ผมให้สัญญากับพ่อว่า ผมกับทุมจะแยกจากกันก็ต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นไปตั้งอยู่บนเมรุแค่นั้น เราก็เลยรักษาสัญญานั้นมาตลอด”

แต่หลายคนก็จะมองว่าการที่ยื้อแม่ไว้อยู่ รพ.ถึง 8 ปี ทำให้แม่ทรมานหรือเปล่า?

พ่อรอง : “ต้องบอกว่าคนที่เขาคิดแบบนี้ เขาอาจจะคิดไปคนละด้านกับเรา เขาไม่เคยเห็นแม่ บางคนไม่เคยไปเยี่ยมแม่ก็ไม่รู้ว่าแม่มีสภาพเป็นยังไง เขาคงจะวาดภาพว่าแม่คงจะนอนเหมือนเจ้าหญิงนิทรา แล้วถ้าถอดสายออกซิเจนออกแม่ก็คงจะไปก็มีส่วนที่เขาคิดได้ แต่สภาพความเป็นจริงที่เราเห็นอยู่ทุกวัน แม่เขายังรับรู้ จริงๆ แล้วเขายังหายใจเองได้ แต่ออกซิเจนเป็นตัวช่วยเขา แล้วเราจะทนได้เหรอ”

“บางคนบอกว่าไอ้รองถอดสายเถอะ เราก็ไม่อยากเถียง เพราะเขาไม่รู้ เราก็นึกในใจนี่เมียฉันนะ ถ้าถอดแล้วเมียฉันต้องทุรนทุรายเป็นชั่วโมงแล้วฉันต้องทำยังไง เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอก หมอบอกว่าโรคนี้มันไม่ทรมานหรอก ถึงเวลาเขาจะละสังขารเขา เขาก็จะหลับไปเอง ก็ปล่อยเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า สมมติว่าวันดีคืนดีเขารู้ว่าวันนี้เขายังดีๆ อยู่ๆ แล้วเห็นเราไปกับยุ้ย แล้วไปถอดออกซิเจนเขาออก เขาก็จะนึกว่าไหนว่ารักฉัน ทั้งเธอ ทั้งลูก รวมหัวฆ่าฉันทั้งเป็น มันยิ่งบาปกับเรา”

แล้วมีอะไรจะบอกคนที่คิดแบบนี้ไหม?

พ่อรอง : “ก็ต้องบอกว่าเขายังรับรู้ เราบอกให้เขายิ้มเขาก็ยิ้ม หมอบอกเป็นบางช่วงที่เขารับรู้ แต่เป็นบางช่วงถ้าเขาไม่รับรู้เขาก็จะมองเราแว๊้บไปมองเพดาน มองไฟ แต่เขายังรับรู้อยู่ ความดัน ออกซิเจน หัวใจ ก็ยังปกติ ต้องบอกทุกคนว่าผมไม่ได้ยื้อ เราก็ดีใจที่เขาอยู่ในสภาพแบบนี้ เราก็มีความหวังว่าเขาจะอยู่กับเราตลอดไป”

ยุ้ย : “ก็อย่างที่พ่อพูดทุกคนก็สามารถคิดได้ ไม่ได้มีใครมาเห็นว่าคุณแม่เป็นยังไง แต่ทุกครั้งที่เราไปเวลามีคนถามว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง มีกำลังใจได้ยังไง คือยุ้ยบอกยุ้ยคิดวันต่อวัน ทุกครั้งที่ยุ้ยไปหาแม่ แล้วแม่ดูแบบสดใส ความดันอะไรต่างๆ ดีกว่าคุณพ่อด้วยซ้ำ คือไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ใช่เราไม่คิดเผื่อนะ คือเราคิดและมีการคุยกันอยู่แล้ว ถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆ เราจะต้องทำยังไง แต่ ณ วันนี้มันยังไม่ถึง ยุ้ยก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเลยใครจะคิดยังไง ทุกคนสามารถคิดได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าอาจจะเป็นห่วง กลัวคุณแม่ทรมาน ก็ต้องขอบคุณ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ได้ยินมาค่อนข้างเป็นไปในทางบวก”

พ่อรองกับพี่ยุ้ยมีความเชื้อไหมว่าสักวันแม่ทุมจะกลับมาเป็นปกติ?

พ่อรอง : “นั่นมันเป็นความหวังของเราอยู่แล้ว ในโลกของความเป็นจริงมันจะเป็นยังไง ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น แต่ในเรื่องส่วนตัวของเรา เราก็หวังเสมอว่าแม่จะต้องดีขึ้น แม่จะต้องมีโอกาสกลับมาอยู่กับเรา”

ตลอดเวลา 8 ปี เราให้กำลังใจกันยังไงบ้าง?

พ่อรอง : “เราอยู่ด้วยความหวัง แล้วเราก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่คนที่เข้มแข็งที่สุดในบ้านเป็นยุ้ยนะ คนที่เครียดและคิดเรื่องนี้มากที่สุดน่าจะเป็นพ่อ”

ที่ผ่านมาพ่อเคยร้องไห้บ้างไหม?

พ่อรอง : “บ่อย เวลานอนบางทีเขาขึ้นนอนกันแล้วแต่พ่อยังนอนไม่หลับ ทุกวันนี้พ่อต้องเปิดพระสวดมนต์ เพื่อให้พ่อหลับ ไม่งั้นพ่อจะไม่หลับคิดเรื่อยๆ น้ำตาก็จะไหลเอง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ ชีวิตเรากำลังจะมีความสุขอยู่แล้ว ทำไมเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา”

ขออนุญาตถามเรื่องค่ารักษาได้ไหม?

พ่อรอง : “มีคนถามพ่อหลายคน พ่อบอกว่าพ่อไม่เคยคิด เพราะว่าเรา 3 คน พ่อ ลูกชาย แล้วยุ้ย เนี่ยเท่าไหร่คือเท่านั้น แล้วไม่มีการคิดว่าหมดเท่าไหร่ จะหมดเท่าไหร่ให้มันหมดไปเพื่อรักษาชีวิตคนที่เรารักเอาไว้ เงินฉันหาได้ แต่ชีวิตเธอฉันหาไม่ได้ ถ้าเธอเป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง แต่งานฉันยังทำได้ ฉันยังหาเงินได้ พอได้เงินมาก็เก็บไว้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เก็บไว้ดูแลเธอให้ดีที่สุด”

ก็คือทุ่ม เห็นว่าพ่อเคยบอกถ้าวันไหนพ่อไปก่อน ทุกอย่างที่เป็นของพ่อให้พี่ยุ้ยเอาไปทุ่มรักษาแม่ให้หมด?

พ่อรอง : “ถูกต้อง ก็เคยคิดว่าเราอายุมากกว่าเขา เราทำงานหนักพอสมควร ถ้าวันหนึ่งฉันอาจต้องไปก่อนเธอก็จะบอกลูกไว้ว่าตังพ่อมีนะลูกเอาไปดูแลแม่แล้วกัน สำหรับพ่ออะไรก็ได้ที่มันเรียบง่าย”

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บ Show ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai