ดูหนังออนไลน์
COVID-19

เปิดสถิติฝ่าฝืน ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ 1 – 15 พ.ค.พุ่งเฉียด 9 พันคดี

“เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม” เผยสถิติคดีฝ่าฝืน “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” 1-15 พ.ค. ขึ้นศาลกว่า 8,990 คดี ชี้รัฐบาทผ่อนปรนเฟส 2 แล้วขอประชาชนศึกษาให้ดี

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลสถิติคดีความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รวบรวมสถิติคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภายหลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. โดยไม่มีความจำเป็น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยภาพรวมสถิติคดีสะสมตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พฤษภาคม 2563 มีจำนวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล ดังนี้

กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง 1. จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา ทั้งหมด 8,990 คดี 2. จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ ทั้งหมด 8,756 คดี (คิดเป็น 97.40%) 3. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 12,116 คน 4. จังหวัดที่มีผู้กระทำความผิดสูงสุดในการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 964 คน

กลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1. จำนวนคำร้องที่ขอตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 496 คำร้อง 2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบจับกุม สูงสุด คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 530 คน

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อพิจารณาปริมาณคดีที่เข้าสู่ศาล ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พฤษภาคม 2563 มีจำนวนเฉลี่ย 599 คดี/วัน จังหวัดที่ยังพบว่ามีการกระทำผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 964 คน

ขณะที่ยอดคดีสะสมเดือนที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 3 – 30 เมษายน 2563 พบว่า กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง ปริมาณคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาทั้งหมด รวมทั้งสิ้น 17,466 คดี ปริมาณคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จทั้งหมด 17,039 คดี คิดเป็น 97.56% ส่วนข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีผู้กระทำผิดรวมทั้งหมด จำนวน 23,628 คน รองลงมาคือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีผู้กระทำผิดสะสมทั้งหมด จำนวน 316 คน และ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีผู้กระทำผิด 38 คน จังหวัดที่กระทำความผิดสูงสุดในฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คือกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,829 คน

กลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1. จำนวนคำร้องที่ขอตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 1,262 คำร้อง 2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบจับกุม สูงสุด คือ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 1,360 คน

ส่วนที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้มีมาตรการผ่อนปรนให้กิจการบางประเภทเปิดทำการเพิ่มเติมได้ (ผ่อนปรนเฟส 2) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งขนาดใหญ่และร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย ให้เปิดใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 โดยให้มีมาตรการป้องกันโรค รวมทั้งได้มีการปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00 – 04.00 น. นั้น ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ ศึกษาข้อกำหนดของมาตรการการผ่อนปรนอย่างละเอียด เคารพกฎหมายและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ยอดสถิติคดีสูงขึ้น

 

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team