ดูหนังออนไลน์
Business

โควิด-19 ทุบ ‘ไมเนอร์’ ขาดทุน 1,700 ล้าน มุ่งตุนสภาพคล่อง เลื่อนลงทุน

ไมเนอร์ฯ เผยไตรมาสแรก ขาดทุน 1,700 ล้าน หลังมาตรการล็อกดาวน์ โรงแรม ร้านอาหารในเครือ ต้องปิดบริการ เผยเห็นสัญญานบวกจากจีนเริ่มฟื้นตัว ไทยผ่อนปรนมาตรการ ส่งผลธุรกิจเริ่มเปิดบริการได้อีกครั้ง

รายงานข่าวจากบริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 มีผลขาดทุนสุทธิ 1,774 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดการปิดเมืองและปิดประเทศทั่วโลก กระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวทั่วโลก

 

ทั้งนี้ โรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าทั่วโลกจำเป็นต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งสามธุรกิจของบริษัท โดยผลขาดทุนส่วนใหญ่ในไตรมาส 1 ปี 2563 มาจากเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ซึ่งไตรมาส 1 โดนกระทบจากช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและมีโครงสร้างธุรกิจแบบเช่าบริหาร

จากผลกระทบดังกล่าว ทำให้ ไมเนอร์ฯ ให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดและสภาพคล่องเป็นลำดับแรก โดยบริษัทมีเงินสดในมือจํานวน 2.2 หมื่นล้านบาท และวงเงินสินเชื่อ 2.7 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนเมษายน 2563 รวมทั้งได้วงเงินเพิ่มขึ้นอีก 250 ล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต

พร้อมกันนี้ ได้มีมาตรการในการลดกระแสเงินสดจ่าย การจำกัดค่าใช้จ่าย การเลื่อนการลงทุนในสินทรัพย์และเงินลงทุนอื่นๆ ในทั้งสามหน่วยธุรกิจ ได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ในทุกภูมิภาค โดยมาตรการการประหยัดค่าใช้จ่ายที่ได้ทำแล้วและยังทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องเงินเดือน ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญานบวกจากการที่กลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีนของไมเนอร์ ฟู้ด เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มดีขึ้น โดยประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดในครั้งนี้ และร้านอาหารส่วนใหญ่ได้ปิดให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ และเริ่มกลับมาเปิดสาขาได้ในเดือนมีนาคม ซึ่งพบว่ายอดขายของของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีนปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าว ทำให้คาดว่า ไมเนอร์ ฟู้ดจะสามารถกลับสู่ระดับเดิมก่อนมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ โรงแรมในประเทศจีน 2 แห่งและในประเทศเวียดนามอีก 5 แห่ง ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดย ไมเนอร์ฯ มีการเตรียมพร้อมเพื่อการกลับมาดำเนินธุรกิจตามวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal นั่นคือโรงแรมแต่ละโรงจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยคำนึงถึงการผ่อนคลายมาตรการการปิดประเทศควบคู่ไปกับความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น การยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาดและสุขอนามัย รวมถึงโปรแกรม “Stay with Peace of Mind” ของอนันตรา และโปรแกรม “Feel Safe at NH” ของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป

สำหรับไมเนอร์ ฟู้ด ร้านอาหารสำหรับการให้บริการนั่งทานในร้านที่คาดว่าจะมีกำไรเชิงเงินสดจะกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยจะปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ตามแนวทางการเว้นระยะห่างจากสังคม การทำความสะอาดร้านอาหาร และการริเริ่มบริการส่งอาหารแบบเว้นระยะห่างไม่มีการสัมผัสโดยตรง (Zero-Touch Delivery) เป็นต้น

ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ สำหรับร้านอาหารในเครือ ที่มีเครือข่ายพนักงานส่งอาหารจำนวนมากกว่า 3,000 คนของไมเนอร์ ฟู้ด ส่งอาหารจากร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เบอร์เกอร์ คิง บอนชอน และอื่นๆ ให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์บอนชอน ที่พบว่าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

จากสัญญาณการฟื้นตัวดังกล่าว ไมเนอร์ฯ มั่นใจว่า จะสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายในครั้งนี้ไปได้และกลายเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และจากนี้ไป อุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร และการค้าปลีกทั่วโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงจากบทเรียนครั้งนี้

The Bangkok Insight Editorial Team