ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘โควิด-19’ จุดชนวน ‘เกลียดเอเชีย’ ลามทั่วโลก

ผลศึกษาของฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ (HRW) พบ ชาวเอเชียตกเป็นเป้าของความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้น นับแต่ที่มีการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นครั้งแรกในจีน ร้องรัฐบาลทั่วโลกหาทางแก้ไขเรื่องนี้ในทันที

HRW ซึ่งมีฐานการดำเนินการอยู่ในสหรัฐ แถลงว่า ชาวเอเชีย และผู้คนที่มีเชื้อสายเอเชีย ต่างตกเป็นเป้าของการใช้วาจาว่าร้ายเสื่อมเสีย (hate speech) ตามสื่อต่างๆ รวมถึงถ้อยแถลงจากบรรดานักการเมือง และบนโลกโซเชียล มีเดีย ซึ่งมีการใช้ hate speech ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นอย่างมาก

แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลชาติต่างๆ ไล่ตั้งแต่สหรัฐ ไปจนถึงยุโรป แอฟริกา และบางประเทศในเอเชีย เข้ามาจัดการทั้งทางตรง และทางอ้อม ต่อการใช้วาจาว่าร้ายเหล่านี้ รวมถึง การเหยียดเชื้อชาติ หรือ ความเกลียดชัง ด้วยการใช้ถ้อยคำต่อต้านจีน การต่อต้านผู้อพยพที่เพิ่มมากขึ้น และการนิยมกลุ่มคนผิวขาวแบบสุดโต่ง

“รัฐบาลควรมีการเคลื่อนไหว เพื่อเข้าถึงผู้คนมากขึ้น สนับสนุนให้มีความอดกลั้น และต่อต้านการพูดจาว่าร้าย ควบคู่ไปกับการดำเนินงานในเชิงรุก เพื่อสอบสวน และลงโทษอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง” นายจอห์น ซิฟตัน ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย ของ HRW กล่าว

รายงานฉบับนี้ ยังอ้างถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ใช้คำว่า “ไวรัสจีน” โดยชี้ว่า อาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐ แม้ว่าในเวลาต่อมาทรัมป์จะเลิกใช้คำนี้ และยังได้ทวีตข้อความสนับสนุนชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย โดยบอกว่าไม่ใช่ความผิดของพวกเขาก็ตาม

HRW ยังได้ระบุถึงกรณีของ ลูกา ไซอา ผู้ว่าการแคว้นเวนีโต ในอิตาลี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสในช่วงต้นๆ ของอิตาลี ที่กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ขาวจีนแตกต่างกับชาวอิตาลี เพราะ “พวกเขาไม่มีมาตรฐานด้านสุขอนามัย” ที่ดี และ “กินหนูเป็นๆ” ก่อนที่ในเวลาต่อมา เขาจะออกมาขอโทษต่อถ้อยคำเหล่านี้

องค์การด้านสิทธิมนุษยชนแห่งนี้ ยังได้อ้างถึงรายงานของสกาย นิวส์ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ระบุว่า มีการก่อคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชัง และต่อต้านชาวเอเชียอย่างน้อย 267 ครั้งทั่วสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ยังมีรายงานถึงการก่ออาชญากรรมทำนองเดียวกันนี้ ทั้งจากฝรั่งเศส อสสเตรเลีย สเปน รัสเซีย เคนยา เอธิโอเปีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย
ส่วนในศรีลังกา และอินเดียนั้น มีรายงานว่า ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ตกเป็นเป้าของความเกลียดชัง และถูกโทษว่าเป็นต้นตอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ล่าสุด Action Fraud ศูนย์รายงานอาชญากรรมไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร รายงานว่า การต่อต้าน เกลียดชังคนเอเชีย สูงขึ้นถึง 21% ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ในสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ สหประชาชาติ (UN) ออกมาแสดงความกังวลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับ “คลื่นสึนามิแห่งความเกลียดชังและเกลียดกลัวชาวต่างประเทศ” ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ดำเนินมาตรการอย่างเข้มแข็ง เพื่อทำให้ชุมชนต่างๆ ในประเทศ มีภูมิคุ้มกันต่อต้านกระแสความเกลียดชังเหล่านี้ได้

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI