ดูหนังออนไลน์
General

เตือนภัย! กลโกงยุคโควิด ระวัง! ‘ปลอมเสียง’ ก็มีด้วย

“ตำรวจ” ออกเตือนภัย กลโกง ยุคโควิด-19 หลอกโอนเงิน ปลอมเสียงเป็นบุคคลในครอบครัวมาแรง! มูลค่าความเสียหายต่อรายหลักหมื่น หลอกซื้อสินค้าออนไลน์ อีกประเภทคดี “ซื้อของ แต่ไม่ได้ของ” แนะตรวจสอบบัญชีปลายทางก่อน และซื้อของ ให้เน้นเก็บเงินปลายทาง  

เมื่อไหร่ที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มิจฉาชีพจะออกทำงานกันชนิดถี่ยิบ ตอนนี้คดี “ฉ้อโกง” ก็เลยกำลังมาแรง โดยเฉพาะยุคที่โควิด-19 กำลังแพร่ระบาด การที่ผู้คนทำงานที่บ้าน และผ่านออนไลน์ แถมช้อป ก็ผ่านออนไลน์ ตามมาตรการป้องกันแพร่ระบาด กลับกลายเป็นช่องทางมิจฉาชีพไปด้วย โดยเฉพาะหลอกให้เหยื่อโอนเงิน ทั้งทางโทรศัพท์ ไลน์ และเฟสบุ๊ค

ในย่านราษฎร์บูรณะเอง ย่านที่มีความหลากหลาย มีทั้งโรงงาน สถานประกอบการ สำนักงานใหญ่ของธนาคาร ไฮเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัด ตลาดสด คอนโดมิเนียมจำนวนมาก ปะปนกับชุมชนบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มีคดีไม่น้อย เป็นตัวอย่าง และอุทาหรณ์ ให้กับประชาชนทั้งประเทศได้อย่างดี

พ.ต.ท.ภานุพงศ์ พันธ์สน สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจสน.ราษฎร์บูรณะ ระบุว่า ตอนนี้ที่สน.คดีฉ้อโกงกำลังมาแรง ใน 1 วัน มีคนเดินมาแจ้งความที่สน.อยู่ 5-6 คดี

อันดับ 1 เป็นการหลอกขายสินค้า โดยเฉพาะเจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย สัดส่วนราว 20-30%  ลักษณะคดี คือ ซื้อของไม่ได้ของ แต่โอนเงินไปแล้ว รวมไปถึงการซื้อสินค้าจำพวก เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ ทั้งหมดเป็นการขายผ่านออนไลน์ บางกรณีเป็นเหล็กเส้น และกระดาษ คนซื้อมาจากต่างประเทศก็มี ซื้อสินค้าจากบริษัทที่ขายผ่านออนไลน์ แต่สุดท้ายบริษัทนี้ไม่มีตัวตน มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

คดีรองลงมา คือ การปลอมเป็นบุคคลอื่น โดยใช้โทรศัพท์ หรือโทรทางไลน์ เลียนเสียงเป็นคนในครอบครัว เพื่อหลอกให้โอนเงิน คดีแบบนี้ก่อนหน้านี้นานๆจะเจอสักครั้ง ปี 2562 ประมาณ 3 คดี แต่ปีนี้เฉพาะช่วงโควิดถึงเดือนเมษายนมีแล้ว 3 คดี มูลค่าความเสียหายสูงสุด 30,000 บาท เป็นการปลอมเสียงคนในครอบครัว เป็นลูก พี่น้อง โดยอ้างว่าเดือดร้อนหนัก แต่ปลายทางบัญชีที่โอนเป็นบุคคลอื่นอีกทอดหนึ่ง บางรายให้โอนไป 6 บัญชีทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ผู้เสียหายรู็อีกทีก็ข้ามวัน ว่าถูกหลอก ไม่ใช่เป็นคนในครอบครัวจริง

” ตามจับยาก เพราะทั้งหมดเจ้าของบัญชี จะเป็นอีกคนหนึ่ง ธนาคารปลายทางก็กระจายไป ทั้งกรุงเทพ และต่างจังหวัด เราก็ต้องประสานงานกับธนาคาร และปิดหมายหน้าบ้านของเจ้าของบัญชี เพื่อมาให้ปากคำกับตำรวจ บางราย ก็บอกยากว่าเป็นแก๊งเดียวกัน บางรายเจ้าของบัญชีไม่รู้เรื่อง ถูกหลอกมาให้เป็นทางผ่าน  ”

คดีแบบนี้ ต้องใช้เวลาพอสมควร เงินก็มักจะถูกดูดออกไปหมดตั้งแต่นาทีแรก ที่มีการโอนเข้าไป คดีแบบนี้ตำรวจท้องที่ต้องทำเองทั้งหมด ส่วนหน่วยงานที่มีทำหน้าที่โดยตรง ดำเนินการเองทั้งหมด แต่บางจุด เราก็ไม่มีอำนาจที่จะทำได้ เช่น การหาเจ้าของไลน์ หรือเฟสบุ๊ค ว่าเป็นใคร หน่วยงานที่มีอำนาจ คือ กองบังคับการปราบปรามการกระทบความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เราก็ทำได้แต่ประสานงานไป เพื่อขอข้อมูล หลายวันผ่านไป จะมีหนังสือตอบกลับมาว่า “ไม่สามารถประสานงานได้” เสมอ

แต่เราก็ต้องทำหนังสือประสานไปตามขั้นตอน แต่คิดว่าหากทุกหน่วยงานช่วยกัน ประสานข้อมูล ตามจับเจ้าของไลน์ หรือเฟซบุ๊ก รวมถึงเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ จะช่วยให้การดำเนินคดีรวดเร็วกว่านี้มาก ช่วยผู้เสียหายให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุด เพราะการหาต้นทางว่าคนโทรหา เจ้าของไลน์ เจ้าของเฟซบุ๊ก คือใคร จะช่วยให้การจับคนร้ายทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ไปหลอกคนอื่นต่อ แต่เมื่อไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าต้นตอคือใคร การตามจับคนร้ายยกแก๊งเป็นไปได้ยากมาก ทำให้แก๊งพวกนี้ถึงยังวนเวียนอยู่ แล้วแต่ว่าจะออกมาหลอกประชาชนตอนไหน

นอกจากนี้ยังมีการฉ้อโกงลักษณะ นายหน้าขายประกันของบริษัทแห่งหนึ่ง โอนเงินที่ลูกค้าส่งประกันให้ เข้าบัญชีตัวเอง ไม่ส่งเข้าบริษัท มียอดเสียหายถึง 1.5 ล้านบาท รวมถึงมีกรณีจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร ละ 1,500 บาท เพื่อเป็นทางผ่านของเงิน ใครอยากได้เงินก็ยอมทำ แต่หารู้ไม่ว่าเจ้าของบัญชี จะเดือดร้อนที่สุด เพราะแก๊งจะไปหลอกคนให้โอนเงินมาเข้าบัญชีนี้ และให้โอนต่อไปเป็นทอดๆ

พ.ต.ท.ภานุพงศ์ เตือนภัยว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องป้องกันตัวเอง แต่ก็ยอมรับว่าบางกรณี เช่น ปลอมเสียงเป็นคนในครอบครัว ป้องกันยาก รวมถึงถูกแฮกไลน์ หรือเฟสบุ๊ค แต่หากมีคนมาขอร้องให้เราโอนเงินไป ให้ตรวจสอบว่าบัญชีปลายทางคือใคร? ก่อนเสมอ  และต้องเป็นชื่อเดียวกับในครอบครัว หรือเพื่อน ที่เราต้องการช่วยเหลือเท่านั้น ต้องโทรถามเจ้าตัวก่อน เพราะไม่อย่างนั้น เงินที่โอนไป ไม่ว่าจะให้ หรือยืม ก็ไปไม่ถึงคนที่เราต้องการช่วย และเรื่องเดือดร้อนจะตามมา แล้วเราจะสูญเงิน

” หากมูลค่าความเสียหายมาก ก็จะไปถึงชั้นฟ้องคดีในศาล แต่หากความเสียหายน้อย บัญชีปลายทางที่เราโอนไป ตามตัวมาได้ ก็มักจะบอกไม่รู้เรื่อง เงินก็โอนต่อไปแล้ว ต้องสาวต่อไป ใช้เวลาหลายเดือน ทำไปมาผู้เสียหายก็ล้า หากได้เงินคืนบางส่วน จากเจ้าของบัญชี ที่ยอมจ่ายคืนให้ ก็จบด้วยการยอมความกันไป “

ส่วนการหลอกขายสินค้า เห็นว่าควรต้องเห็นสินค้าก่อนโอนเงิน ให้ใช้วิธีเก็บเงินปลายทาง หรือหากเป็นไปได้อย่าซื้อของออนไลน์ ต้อง “ได้ของ ถึงโอนเงิน” ขอย้ำว่า การหลอกลวงตอนนี้ซับซ้อนมาก เช่น หลอกขายโทรศัพท์ออนไลน์ คนร้ายจะติดต่อร้านขายโทรศัพท์จริง คนซื้อโอนเงินไปที่ร้าน แต่เวลาส่งของส่งให้คนร้าย คนซื้อไม่ได้ของ เป็นต้น

 

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB