ดูหนังออนไลน์
COVID-19

รวมไว้ที่นี่!! ‘เราไม่ทิ้งกัน’ เปิดมาตรการเยียวยาผลกระทบสู้ ‘โควิด’

The Bangkok Insight รวมทุกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ “โควิด-19” 

การแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด” นี้ส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก คนจำนวนมากต้องตกงาน เป็นเหตุให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการต่าง ๆ อย่างเร่งด่วนมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com การพักชำระหนี้จากสถาบันการเงิน ไปจนถึงการลดค่าไฟฟ้า ค่าประปา ให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี โทรศัพท์ฟรี โดย The Bangkok Insight รวมมาตรการสำคัญไว้ให้แล้ว

มาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” เยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยจะเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาทิ กลุ่มลูกจ้าง หรือประกอบอาชีพอิสระในธุรกิจที่ถูกสั่งปิด อาทิ ผับ/บาร์, ร้านทำผม, นวด, สปา, ขายของในตลาดที่ถูกสั่งปิด หรือธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งวินมอเตอร์ไซค์, แท็กซี่, ธุรกิจท่องเที่ยว, ไกด์, มัคคุเทศก์

โดยล่าสุด รัฐบาลได้เพิ่มกลุ่มผู้เยียวยา อาทิ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ รับจ้างทั่วไป ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัว ค้าขาย และนักเรียน นักศึกษา ที่ทำงานพาร์ทไทม์

ส่วนกลุ่มลูกจ้างในระบบประกันสังคม-มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท พนักงานห้างสรรสินค้า พนักงานสถานศึกษา พนักงานของสถานประกอบการ รัฐก็ได้ออกมาตรการมาช่วยเหลือ ได้แก่

  • กรณีนายจ้างหยุดกิจการ-นายจ้างปิดเอง ประกันสังคมจ่ายชดเชยร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วัน (ไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน)
  • กรณีรัฐสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว จะจ่ายชดเชยร้อยละ 50 ไม่เกิน 60 วัน (ไม่เกิน 7,500 บาท/เดือน)
  • กรณีลาออก จ่ายประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตน ร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วัน (4,500 บาท/เดือน)
  • กรณีเลิกจ้าง จ่ายประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตน ร้อยละ 50 ไม่เกิน 180 วัน (7,500 บาท/เดือน)
  • ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม กรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 5 % เหลือ 1 % และกรณีมาตรา 39 จาก 9% เหลือ 7 % เวลา 3 เดือน และขยายเวลาส่งเงินสมบท งวดค่าจ้างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 ออกไป 3 เดือน
  • ออกร่างกฎกระทรวงเพิ่มเติม เพิ่มประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจรับประโยชน์ทดแทนตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 28 ก.พ. 2565 ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายวัน เพราะเหตุถูกเลิกจ้าง โดยให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 200 วัน
  • ออกร่างกฎกระทรวงเพิ่มเติม เพิ่มอัตราเงินทดแทนกรณีว่างงานร้อยละ 45 ของค่าจ้างรายวัน เพราะเหตุลาออกจากงานหรือเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน
  • ออกร่างกฎกระทรวงเพิ่มเติม ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 79/1 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราเต็มจำนวน 100% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 180 วัน

หากใครที่เป็นลูกจ้างในระบบประกันสังคม ให้ไปแจ้งว่างงานได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ กรมการจัดหางาน https://www.doe.go.th/prd/ หรือ ขึ้นทะเบียนว่างงานที่ https://empui.doe.go.th/auth/index และดูข้อมูลการขึ้นทะเบียนว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้างด้วยผลกระทบโควิด-19 ที่ https://www.sso.go.th/eform_news/

มาตรการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า โดยแบ่งเป็น

  • มิเตอร์ขนาด 5(15) เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 300 บาท หรือ บ้านพักขนาดเล็ก ที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มาก
  • มิเตอร์ขนาด 15(45) เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 2,000 บาท ซึ่งเป็นขนาดมิเตอร์ที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ใช้
  • มิเตอร์ขนาด 30(100) เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 4,000 บาท สำหรับ บ้านพักขนาดใหญ่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด
  • มิเตอร์ขนาด 15(45) เฟส 3 เงินประกันการใช้ไฟฟ้า 6,000 บาท เป็นขนาดที่ประชาชนไม่นิยมใช้

โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียน เพื่อตรวจสอบสิทธิเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ผ่าน เว็บไซต์ของ กฟภ. https://www.mea.or.th/refund/intro.html และ กฟภ. https://www.pea.co.th/ หรือแค่เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดที่อยู่บนบิลชำระค่าไฟเดือนมีนาคม 63 เพื่อลงทะเบียนก็ได้เช่นกัน ซึ่งการคืนเงินจะได้รับผ่านบัญชีธนาคารของผู้ลงทะเบียน หรือรับคืนผ่านเคาท์เตอร์เซอร์วิส

มาตรการลดค่าไฟฟ้า 3 เดือน มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ประเภท 1.1 จะได้รับสิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี เป็นเวลา 3 เดือน ของค่าไฟฟ้าเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2563

2. ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ประเภท 1.2 และประเภท 1.3 จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดการใช้ไฟฟ้าเป็นเวลา 3 เดือน ในค่าไฟฟ้าของเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 2563 โดยเทียบหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนฐาน

2.1 หากมีการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหน่วยเดือนฐาน คิดค่าไฟฟ้าตามที่ใช้จริง
2.2 หากมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 800 หน่วยต่อเดือน คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับเดือนฐาน
2.3 หากมีการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 801 – 3,000 หน่วยต่อเดือน คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยเดือนฐาน บวก 50% ของจำนวนหน่วยที่เกินจากเดือนฐาน
2.4 หากมีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 3,000 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยเดือนฐาน บวก 70% ของจำนวนหน่วยที่เกินจากเดือนฐาน

โดยตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 สามารถนำใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดิม ที่ยังไม่ได้ระบุส่วนลดการใช้ไฟฟ้าตามมาตรการนี้ ไปชำระค่าไฟฟ้าซึ่งจะได้รับสิทธิ์ส่วนลดโดยอัตโนมัติ ส่วนกรณีได้ชำระค่าไฟฟ้าไปแล้ว จะมีการคืนเงินโดยหักลด ในค่าไฟฟ้าเดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ในส่วนของกรุงเทพ นนทบุรี และสมุทรปราการ อยู่ในความดูแลของกฟน. สามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าและสิทธิ์ส่วนลดการใช้ไฟฟ้าตามมาตรการนี้ได้ที่ www.mea.or.th ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป และสอบถามข้อมูล ได้ที่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนในต่างจังหวัด อยู่ในความดูแลของกฟภ.กำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้ชำระค่าไฟฟ้าเดือนมีนาคม – เมษายน 2563 ไปแล้ว จะดำเนินการคืนค่าไฟฟ้าโดยหักคืนเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าในเดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไปเช่นกัน จนกว่าจะครบตามยอดเงินที่ได้ชำระมาแล้ว

ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ยังไม่ได้ชำระค่าไฟฟ้าเดือนเมษายน 2563 สามารถชำระได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 และตรวจสอบค่าไฟฟ้าผ่าน www.pea.co.th, PEA Smart Plus, 1129 PEA Call Center และ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่

สำหรับ ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ชำระค่าไฟฟ้าเดือนเมษายน 2563 ผ่านบัญชีธนาคาร หรือ บัตรเครดิต ระบบจะตัดบัญชี/บัตรเครดิต ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ด้วยยอดเงินที่ปรับปรุงตามมาตรการแล้ว

มาตรการให้ส่วนลดค่าน้ำประปา และคืนเงินประกันการใช้น้ำประปา  ดังนี้

1. ใช้น้ำประปาฟรี 10 คิวแรกทุกครัวเรือน และสำหรับประชาชนผู้ใช้น้ำประปาไม่เกิน 10 คิวต่อเดือน ใช้น้ำฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคม 2563 ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนประมาณ 0.7 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 3.5 ล้านคน 180 ล้านบาท

2. ลดค่าน้ำประปา 20 % ให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภท ที่ใช้น้ำเกินกว่า 10 คิวขึ้นไป และฟรีค่าน้ำประปา 10 คิวแรก เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคม 2563 (จากเดิมลดค่าน้ำประปา 3 %) ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนประมาณ 1.7 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 8.5 ล้านคน 1,170 ล้านบาท

3. ขยายระยะเวลาการชำระค่าน้ำประปา สำหรับผู้ใช้น้ำที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจโรงแรม และกิจการที่ให้เช่าพักอาศัย โดยไม่คิดดอกเบี้ย และสามารถผ่อนชำระได้นาน 6 เดือน สำหรับใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน 2563

4. คืนเงินประกันการใช้น้ำให้กับผู้ใช้น้ำ กปน. ทุกประเภท (จากเดิมที่กำหนดคืนให้เฉพาะผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1 ที่พักอาศัย) ซึ่งสามารถตรวจสอบสิทธิ์ และลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ของ กปน. คือ แอปพลิเคชัน MWA onMobile / เว็บไซต์ กปน. www.mwa.co.th / MWA e-Services / Line : @MWAthailand ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.

สำหรับผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1 ที่พักอาศัย รวมถึงคอนโด อาคารชุด ห้องเช่า นิติบุคคล ซึ่งจะช่วยคืนเงินกลับสู่ประชาชนมากถึง 1,034 ล้านบาท

สำหรับผู้ใช้น้ำประเภทที่ 2 ธุรกิจ ราชการ รัฐวิสาหกิจ อุตสาหกรรมและอื่น ๆ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนขอรับสิทธิ์คืนเงินประกันค่าใช้น้ำ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30 น เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยคืนเงินกลับสู่ประชาชนมากถึงประมาณ 684 ล้านบาท

5. ยกเว้นการตัดน้ำ ทั้งมาตรชั่วคราวและมาตรถาวร งดการผูกลวด และงดการถอดมิเตอร์น้ำ สำหรับผู้ใช้น้ำที่ไม่ชำระค่าน้ำตามกำหนด เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 (จากเดิมที่แจ้งไว้ 2 เดือน)

6. ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการชำระค่าน้ำประปา ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส / Tesco Lotus / Big C และ CenPay ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 (จากเดิมถึงเดือนพฤษภาคม)

เลื่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2562 โดยกรมสรรพากรได้ขยายเวลาชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด 90 และ ภงด 91) จากเดิมที่ขยายถึง 30 มิถุนายน 2563 เป็น 31 สิงหาคม 2563 ให้สิทธิ์หักภาษีลดหย่อนสุขภาพ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จากเดิมจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท เป็นไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อนำมารวมหัก ลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

“กสทช.” จัดให้แจกอินเตอร์เน็ต 10 กิกะไบต์ ต่อคนต่อเดือน 1 คนจะได้รับสิทธิ 1 เลขหมายต่อ 1 โอเปอเรเตอร์ เพื่อสนับสนุนให้คนทำงานที่บ้าน ตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ” ไม่ต้องลงทะเบียน ซึ่งเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนและเปิดใช้งาน 10 เมษานรที่ผ่านมา พร้อมด้สนมาตรการ “โทรฟรี 100 นาที” โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 – 15 พฤษภาคม 2563 โดยกด *170* ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก จากนั้นกด # แล้วกดโทรออก ภายหลังจากที่ได้รับ SMS ยืนยันแล้ว จะสามารถเริ่มใช้งานได้ทันที โดยมีระยะเวลาการใช้งาน 45 วัน สิทธิ์นี้สำหรับประชาชนคนไทยทุกคน 1 เลขหมาย ต่อ 1 ค่ายมือถือ ต่อ 1 สิทธิ์ ทั้งแบบเติมเงินและรายเดือนโดยต้องเป็นซิมที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2563 เท่านั้น ถ้าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลจะไม่ได้รับสิทธิ์แต่อย่างใด

มาตรการช่วยเหลือคนพิการ การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการคนละ 1,000 บาท โดยจ่ายเพียงครั้งเดียว กำหนดจ่ายเงินภายในเดือนเมษายน 2563, พักชำระหนี้คนพิการ หรือผู้ดูแลคนพิการ ที่กู้เงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ถึงเดือนมีนาคม 2564 และกู้ยืมเงินกองทุนฯในวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนชำระภายใน 5 ปี และปลอดชำระหนี้ในปีแรก

มาตรการด้านสินเชื่อจากทุกธนาคาร รวมไว้ที่นี่

จัดมาให้! รวมทุกมาตรการ ทุกบัตร ทุกแบงก์ ช่วยลูกหนี้สู้ ‘โควิด-19’

รวมไว้ที่นี่!! เปิดช่องทางติดต่อทุกแบงก์ ไขทุกข้อสงสัยมาตรการสู้ ‘โควิด’

สำหรับคนที่พลาดสิทธิ์เงินเยียวยา 5,000 บาท จากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” สามารถขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. ได้ โดยให้วงเงินกู้ 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยถูกสุด 0.10% ต่อเดือน สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือเกษตรกร และให้วงเงินกู้ 50,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน สำหรับผู้มีรายได้ประจำ

โรงรับจำนำรัฐบาล สถานธนานุเคราะห์ มีมาตรการลดดอกเบี้ย สำหรับผู้มาใช้บริการจำนำใหม่ วงเงินต้นไม่เกิน 15,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.125% ต่อเดือน สิทธิ์นี้มีผลใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2563 จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อตั๋ว 1 ใบ ต่อ 1 รอบการจำนำเท่านั้น

มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท จ่ายเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (พฤษภาคม – กรกฎาคม 2563) โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเร่งโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกร เมื่อได้รับข้อมูล ผู้ลงทะเบียนซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับเงินจากกระทรวงการคลัง

สำหรับเกษตรกรมีบัญชีเงินฝากกับธ.ก.ส.รอรับเงินโอนตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ส่วนเกษตรกรไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ขอให้แจ้งบัญชีเงินฝากที่มีอยู่ของธนาคารใดก็ได้ ที่เว็บไซต์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร www.เยียวยาเกษตรกร.com ตั้งแต่ วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เกษตรกรที่รับเงินช่วยเหลือเยียวยา 15,000 บาท จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับการรับเงินจากมาตรการเราไม่ทิ้งกัน

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team