ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ว้าว! ฮ่องกงเริ่มใช้ ‘ตู้ฆ่าเชื้อ’ ในสนามบิน ไวรัสแบคทีเรียตายเรียบใน 40 วิฯ



“ฮ่องกง” เปิดตัวสารพัดเทคโนโลยีสุดล้ำ ฆ่าเชื้อไวรัส “โควิด-19” ในสนามบิน โวตั้ง “ตู้ฆ่าเชื้อโรค” ให้เจ้าหน้าที่ทดลองใช้ ไวรัสแบคทีเรียตายเรียบใน 40 วิฯ 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 เม.ย.) การท่าอากาศยานฮ่องกง (AA) ของจีนได้นำเทคโนโลยีฆ่าเชื้อโรคใหม่ล่าสุดหลายอย่างมาประยุกต์ใช้ รวมถึงตู้ฆ่าเชื้อโรคตั้งแต่หัวจรดเท้าและหุ่นยนต์ทำความสะอาดในสนามบินฮ่องกง เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ตู้ฆ่าเชื้อโรคดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับตู้โทรศัพท์ ผู้ใช้สามารถเข้าไปยืนอยู่ภายในและสั่งการให้อุปกรณ์นี้ดำเนินการฆ่าเชื้อโรคสำเร็จภายใน 40 วินาที

พื้นผิวด้านในของตู้เคลือบด้วยยาต้านจุลชีพ ซึ่งสามารถฆ่าไวรัสและแบคทีเรียจากร่างกายมนุษย์และเสื้อผ้าจากระยะไกล โดยใช้เทคโนโลยีการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงและ “เข็มนาโน” การท่าฯ เสริมว่า สนามบินนานาชาติฮ่องกงเป็นสนามบินแห่งแรกของโลกที่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเช่นนี้

ขณะนี้ตู้ดังกล่าวถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานด้านการกักกันในสนามบิน

ด้านหุ่นยนต์ทำความสะอาดอัตโนมัติถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารที่สนามบินจะถูกดำเนินการอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุม

หุ่นยนต์ทรงกระบอกซึ่งติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและเครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศ ทำงานตลอดเวลาในห้องน้ำสาธารณะและพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งการท่าฯ ให้ข้อมูลว่าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.99% ในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงในอากาศและบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ในเวลาเพียง 10 นาที

นอกจากนี้ การท่าฯ ยังทำการทดสอบนำร่องในการใช้ยาต้านจุลชีพที่สิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทุกจุด เช่น เคาน์เตอร์เช็คอิน รถเข็นกระเป๋าสัมภาระ และปุ่มลิฟต์ โดยหลังเสร็จสิ้นการทดลองใช้ในในเดือนพฤษภาคม การท่าฯ จะพิจารณากานำวิธีดังกล่าวไปใช้เป็นมาตรการฆ่าเชื้อโรคในระยะยาว

สตีเวน เหยา (Steven Yiu) รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการขนส่งของการท่าฯ กล่าวว่า การท่าฯ ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทุกคน และจะยังคงแสวงหามาตรการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงการทำงานด้านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคต่อไป

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team