ดูหนังออนไลน์
Business

ย้ำกันชัดๆอีกครั้ง!! 6 มาตรการทางภาษี เยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลกในทุกภาคส่วน ซึ่งส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ และมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากทั้งภาคแรงงานและภาคธุรกิจ ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งหลายกำลังได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงผลกระทบต่อการจ้างงานของในตลาดแรงงาน

กรมสรรพากรออกมาตรการเยียวยาทางด้านภาษีมาทั้งหมด 6 มาตรการด้วยกัน ดังนี้

ลดอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย

โดยจะลดจาก 3% เหลือ 1.5%  วิธีการนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการทางด้านภาษี ที่ออกมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น การเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและบุคคลธรรมดา

  • บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ยกเว้นมูลนิธิหรือสมาคม) โดยเงินที่จะได้รับสิทธิ ได้แก่ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่านายหน้า ค่าวิชาชีพอิสระ
  • บุคคลธรรมดา โดยเงินที่จะได้รับสิทธิ ได้แก่ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ และค่าวิชาชีพอิสระ

กรอบระยะเวลา 

  • อัตราภาษี 1.5% ตั้งแต่เดือนเมษายน –  เดือนกันยายน 2563 สามารถจ่ายด้วยวิธีการใดก็ได้
  • อัตราภาษี 2% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – เดือนธันวาคม 2564 สามารถจ่ายผ่าน e-Withholding Tax เท่านั้น

ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย SMEs

มาตรการภาษีเพื่อลดดอกเบี้ยจ่ายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เขาร่วมโครงการสินเชื่อพิเศษซอฟท์โลน และผู้ประกอบการที่ทำบัญชีเดียว ให้สามารถนำภาระดอกเบี้ยเงินกู้มาคำนวณเป็นรายจ่ายหักลดหย่อนภาษีได้  โดย SMEs ที่เข้าร่วมมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาล หักรายจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม 1.5 เท่า 

บริษัทที่เข้าเกณฑ์มีคุณสมบัติดังนี้ 

  • มีรายได้ครบ 12 เดือน (รายได้ไม่เกิน 500 ล้าน/ปี)
  • จำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน
  • จัดทำบัญชีเดียว
  • มีรอบบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2562

กรอบระยะเวลา : สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ตั้งแต่ เดือนเมษายน – เดือนธันวาคม 2563

สนับสนุน SMEs จ้างงานต่อเนื่อง

มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน ให้ผู้ประกอบการ SMEs นำรายจ่ายค่าจ้างลูกจ้าง มาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า เพื่อดูแลพนักงานลูกจ้าง 

บริษัทที่เข้าเกณฑ์มีคุณสมบัติดังนี้

  • มีรายได้ครบ 12 เดือน ไม่เกิน 500 ล้าน
  • จำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน
  • มีรอบบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2562
  • คงการจ้างงานของลูกจ้างที่ประกันตนและมีค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน ต่อเดือน
  • จำนวนลูกจ้าต้องไม่น้อยกว่าจำนวนลูกจ้าง ณ วันสุดท้ายของเดือน ธันวาคม 2562

กรอบระยะเวลา : สำหรับรายจ่ายค่าจ้าง ตั้งแต่เดือนเมษายน –  เดือนกรกฎาคม 2563

เพิ่มสภาพคล่อง ให้กับผู้ส่งออกที่ดี

ตามประกาศของ ครม. กระทรวงการคลังจะเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ส่งออกที่ดี  (ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพการ) ให้เร็วขึ้น โดย การคืน VAT ให้เร็วขึ้นภายใน 15 วัน สำหรับช่องทางและระยะเวลาในการยื่นของบริษัท หรือ บริษัทมหาชน สามารถทำได้โดย 2 วิธีดังนี้

  • ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต ภายใน 15 วัน จากปกติ 30 วัน
  • ยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ภายใน 45 วัน จากปกติ 60 วัน

เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และตลาดทุน

มาตรการสร้างความเชื่อมั่นช่วยเหลือตลาดทุน โดยการ ขยายวงเงินการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) วงเงินพิเศษ โดยให้มีการลงทุนในกองทุน  SSF ลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ถึง 2 แสนบาท 

กองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้นั้นมีเกณฑ์ดังนี้

  • ต้องเป็นกองทุน SSF ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
  • ต้องถือในหน่วยลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10 ปี
  • ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท แยกจากวงเงิน SSF
  • ไม่อยู่ใต้เพดานเงินสะสมเพื่อการเกษียณอายุ 5 แสนบาท

กรอบระยะเวลาของการลงทุน :  สามารถทำได้ตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

สนับสนุนให้บริจาคเงิน เพื่อลดหย่อนภาษี

นอกเหนือจาก 5 มาตรการที่กล่าวมาข้างต้น ตามที่ ครม.ได้มีการประชุมออกมาตรการเยียวยาชุดแรกแล้ว ประชาชนยังสามารถร่วมบริจาคเงิน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา COVID-19 ซึ่งการบริจาคตรงนี้จะสามารถลดหย่อนภาษีได้  หักรายจ่ายได้ และยกเว้น VAT ได้

  • สำหรับบุคคลธรรมดา เมื่อบริจาคเงิน สามารถหักลดหย่อนได้ ไม่เกินร้อยละของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย
  • สำหรับบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เมื่อบริจาคเงินรือทรัพย์สิน สามารถหักรายจ่ายได้ ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
  • สำหรับผู้ประกอบการ VAT เมื่อบริจาคทรัพย์สิน สามารถยกเว้น VAT ได้

สามารถบริจาคได้โดยผ่าน e-Donation (ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์) เข้าบัญชีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เลขที่ 067-0-13829-0

ข้อมูลจาก Facebook กรมสรรพากร

The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight