ดูหนังออนไลน์
Business

ตารางเดิน ‘รถไฟ’ เหลืออื้อ ‘ศักดิ์สยาม’ จี้เปิดให้เอกชนร่วมทุน เพิ่มความถี่บริการ



“ศักดิ์สยาม” พบตารางเดิน “รถไฟ” เหลืออื้อ เตรียมหารือ “นายกฯ” เปิดให้เอกชนร่วมทุน เพิ่มความถี่บริการ ตั้งเป้าปีหน้าเพิ่มสัดส่วนขนส่งสินค้าทางรางให้ได้ 30%

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังประชุมเรื่องการพัฒนาระบบรางเป็นรถไฟทางคู่เพื่อเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางเป็น 30% วันนี้ (24 เม.ย.) ว่า ตนตั้งเป้าหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งพัฒนาการขนส่งผ่านระบบรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางให้มีสัดส่วน 30% ภายในปี 2564 จากปัจจุบันปีละ 10.2 ล้านตัน เป็น 13.26 ล้านตัน

โดยมอบหมายให้การรถไฟฯ, กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) ไปร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางเป็น 30% ให้แล้วเสร็จและนำกลับมาเสนออีกครั้งภายใน 1 เดือน

ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถทั้งเรื่องความจุทางและความปลอดภัยในโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 และระยะที่ 2, ปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณควบคุมการเดินรถให้เป็นระบบ ETCS ตามมาตรฐานการเดินรถของยุโรปที่เป็นระบบอัตโนมัติควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์, สนับสนุนให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ร่วมให้บริการเดินรถ เพื่อเพิ่มความถี่ของการให้บริการ ซึ่งปัจจุบันพบว่ายังเหลือตารางเวลาเดินรถไม่ได้ใช้จำนวนมาก

โดยตนจะเร่งหารือกับคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้เร่งพิจารณาปรับระเบียบให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมลงทุนกับการรถไฟฯ ได้ตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (PPP) รวมทั้งเร่งพัฒนาผลิตบุคลากรด้านรถไฟให้เพียงพอกับความต้องการ

“เมื่อดูจากสถิติการขนส่งรถไฟ ทั้งในส่วนของสินค้าและคนโดยสารพบว่าลดลง แสดงว่ารถไฟมีประสิทธิภาพการขนส่งต่ำมาก แต่คนก็ยังนิยมใช้บริการในการโดยสารช่วงสั้น ดังนั้น การรถไฟฯ ต้องเร่งพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งให้มากขึ้น ต้องปลุกยักษ์หลับ ทำให้รถไฟแข็งแรงขึ้น เร่งเพิ่มรายได้ให้องค์กร เพราะปัจจุบันมีภาระหนี้กว่า 1.6 แสนล้านบาท น้องๆ การบินไทยที่มีหนี้ 2.4 แสนล้านบาท ขณะที่ ขสมก. ก็มีหนี้ 1.2 แสนล้านบาท” นายศักดิ์สยามกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน การรถไฟฯ มีแผนพัฒนารถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 โดยก่อสร้างเสร็จแล้ว 293 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง 700 กิโลเมตร  และอยู่ระหว่างการประกวดราคา 678 กิโลเมตร  ส่วนระยะที่ 2 ได้เสนอขออนุมัติโครงการก่อสร้าง 1,483 กิโลเมตร วงเงิน 272,219 ล้านบาท

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE