ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ชัด! ‘ฟ้าทะลายโจร’ ได้ผลจริง แนะกินทันทีเมื่อมีไข้ เร่งผลิตสำรอง ดูแลผู้ป่วยโควิด-19

สธ. เผยผลการวิจัย “ฟ้าทะลายโจร” มีผลยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในหลอดทดลอง แนะกินทันทีเมื่อมีไข้ ไม่ควรกินเพื่อป้องกันโรค ศึกษาในคนต่อ อีก 4 เดือนรู้ผล  พร้อมประสานกรมวิชาการเกษตร ส่งเสริมเกษตรกร ปลูกพื้นที่ 65 ไร่ เป้าหมายให้ได้วัตถุดิบ 50,000 กก. 1 ล้านแคปซูล สำรองใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย จับมือภาคธุรกิจเตรียมผลิตเพิ่ม

“ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรไทย ได้รับการยืนยันมาแล้วว่า “บรรเทาอาการของโรคหวัด” และ เจ็บคอ ได้ และจัดอยู่ในบัญชียาจากสมุนไพร ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ และมีการพูดถึงต่อมาว่า อาจรักษาไวรัสโควิด-19 ได้เช่นกัน แต่เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคใหม่

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ศึกษาอย่างจริงจังเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อหาข้อสรุปว่า รักษาโควิด-19 ได้จริงหรือไม่ โดยผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ และยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จึงไม่แนะนำให้รับประทาน เพื่อการป้องกันโรค โดยที่ยังไม่มีอาการ เพราะไม่มีผลในการป้องกัน แต่ให้รับประทานทันทีเมื่อเริ่มมีอาการคล้ายอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ (flu-like symptoms) ได้แก่ มีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ก่อโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจอื่น

วิธีรับประทานครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (ครั้งละประมาณ 1,500 มิลลิกรัม) หลังอาหาร และก่อนนอน ส่วนสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 20 มิลลิกรัม/ครั้ง วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร การรับประทานยาทั้งสองแบบในขนาดที่แนะนำ จะให้สารแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน

แนะนำให้มียาฟ้าทะลายโจรเป็นยาประจำตัว/ประจำบ้าน อาจใช้ร่วมกับยาพาราเซตามอลได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์

ข้อสรุปดังกล่าว เกิดจากการศึกษาร่วมกันของ กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม 

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ  กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการทดลองในคน กรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และองค์การเภสัชกรรม ศึกษานำร่องผลของยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโรคโควิด- 19 ระดับความรุนแรงน้อย ในระหว่างเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2563

รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมให้เพียงพอกับความต้องการ โดยร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ให้เกษตรกรปลูกในพื้นที่ 65 ไร่ ให้ได้วัตถุดิบ 50,000 กก. สำรองไว้ 1 ล้านแคปซูล สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ที่ดูแลรักษาผู้ป่วย และประสานภาคธุรกิจเตรียมการผลิตเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจรมีข้อห้ามสำคัญ คือ ห้ามใช้ยาฟ้าทะลายโจรในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร และผู้ป่วยที่มีอาการไข้เจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น หากมีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น เกิดผื่น ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้หยุดใช้ยาทันที และไม่ใช้อีก

รวมทั้งควรระวังในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต และการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้แขนขาชา หรืออ่อนแรง สอบถามรายละเอียดที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ โทร. 0 2149 5678 หรือเว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th

ด้านดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการศึกษาศึกษาฤทธิ์ต้านไวรัสโควิด-19 ของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในหลอดทดลอง โดยทำการศึกษาจากสารสกัดหยาบเทียบกับแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่เป็นสารสำคัญ พบว่า กลไกต้านไวรัสโควิด-19 สามารถทำลายไวรัสโดยตรง และต้านไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนเซลล์ได้

แต่ไม่มีฤทธิ์ในการชักนำให้เซลล์หลั่งสารที่ช่วยยับยั้งไวรัสโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทาน เพื่อการป้องกันโรค และจำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยในคนต่อไป

SARANYA THONGTHAB