Business

บี.กริม โชว์ฟอร์มแจ๋ว กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 688 ล้าน

บี.กริมประกาศรายได้ไตรมาส 2  แตะ 8,805 ล้านบาท ขณะกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นกว่า 34%  ที่  688 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน หลังจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบต่อเนื่องทั้งโรงไฟฟ้า ABPR3-ABPR4    “ปรียนาถ สุนทรวาทะ” ย้ำพร้อมเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน รุกหนักเจรจาลงทุนใน-นอก

ปรียนาถ สุนทรวาทะ

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 ของบริษัท และบริษัทย่อยอยู่ที่ 8,805 ล้านบาท แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ขายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้า ABPR3 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ในช่วงไตรมาสที่ 2 สามารถเปิดดำเนินการเต็มจำนวน 3 เดือน

อีกทั้งมีการจ่ายไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า ABPR4 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ในวันที่ 1 มิถุนายน และจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าเดิม ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1,912 เมกะวัตต์

ขณะที่กำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานไตรมาส2/2561 อยู่ที่ 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 34 % จากไตรมาสก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิตามงบการเงินไตรมาส 2/2561 จะอยู่ที่ 215 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขตามมาตรฐานทางบัญชี จากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นของเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกระแสเงินสด ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 37.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทพิจารณาผลประกอบการและการจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานที่ 1,200 ล้านบาท เป็นสำคัญ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 15 สตางค์ โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2561   และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 กันยายน 2561

บริษัทยังแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นสามัญ 80%  ในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เวียดนาม กำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตตามสัญญา 214 เมกะวัตต์) กับกลุ่มบริษัท Truong Thanh Viet Nam Group Joint Stock Company (TTVN) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงในเวียดนาม

โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 20 ปี กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) โดยมีอัตราขายไฟฟ้า 9.35 ดอลลาร์เซนต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนมิถุนายน 2562

อย่างไรก็ดีบริษัทยังเดินหน้าธุรกิจตามแผนในปี 2561  ตั้งเป้ากำลังการผลิตเติบโตไม่น้อยกว่า 25% จากปีก่อนที่ 1,646 เมกะวัตต์ มาอยู่ที่ 2,091 เมกะวัตต์  เป็นไปตามการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 445 เมกะวัตต์

ในช่วงครึ่งปีแรกเปิดดำเนินการไปแล้ว 2 แห่ง ส่วนช่วงที่เหลือของปีจะเปิดดำเนินการ โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 5 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ และยังมี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 31 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 1 โครงการใน ลาว กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์

สำหรับโครงการลงทุนอื่นๆ นอกจากการซื้อหุ้นเพิ่มจาก 49% เป็น 100% ของโครงการ BGYSP ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในไทย กำลังการผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ ในไตรมาสที่ 3/2561 และการซื้อหุ้น 55% ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม กำลังการผลิตรวม 420 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในกลางปี 2562 แล้ว บริษัทยังเตรียมประกาศข่าวเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในต่างประเทศอีก 2-3 โครงการเร็วๆ นี้

 

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight