ดูหนังออนไลน์
Business

‘สมคิด’ ตั้งคณะทำงานกู้วิกฤติ ‘การบินไทย’ หาแนวทางด่วน 3-6 เดือน

“สมคิด” สั่งคลังจับมือคมนาคม ตั้งคณะทำงานหาวิธีด่วน กู้วิกฤติ “การบินไทย” ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า “อุตตม” ปัดไม่ได้เจรจาเอกชนมาซื้อหุ้น ด้าน “ถาวร” เสนอทางออก ต้องลดหุ้นกระทรวงคลัง เพิ่มความคล่องตัว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (16 เม.ย.) ได้ร่วมประชุมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และผู้บริหารการบินไทย ถึงการแก้ไขปัญหาของสายการบินไทยที่มีมาโดยตลอด โดยเฉพาะขณะนี้ที่บริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่า การบินไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีและเข้มแข็งมากขึ้น

กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมจึงร่วมกันตั้งคณะทำงานขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อพิจารณาแนวทางเร่งด่วนของการบินไทยว่า จะทำอะไรในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า เป็นความพยายามของทุกฝ่ายที่จะช่วยกัน รวมถึงบินไทยด้วยที่ต้องแสดงความสามารถออกมาว่า ยังสามารถแข่งขันได้ อยู่ได้ ส่วนจะยังให้การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไปหรือไม่ คณะทำงานต้องดูพิจารณา คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) จะต้องชี้ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร รัฐบาลกำลังพิจารณา จะหาทางออกที่ดีที่สุด

ไม่ได้เจรจาขายหุ้นให้เอกชน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังไม่ได้หารือกับภาคเอกชนรายใดทั้งสิ้นในเวลานี้ เพื่อให้เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทการบินไทย ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังจัดทำแผนแก้ไขปัญหาแกนนำคือฝ่ายบริหารของการบินไทยเอง กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมจะช่วยดูในฐานะเป็นกระทรวงกำกับดูแลและผู้ถือหุ้น ณ เวลานี้ยังไม่ถึงขึ้นที่จะเจรจากับใครให้มาซื้อหุ้นการบินไทย ส่วนการแก้ปัญหาสภาพคล่อง วันนี้ยังตอบตรงนี้ไม่ได้ เพราะว่าผู้ที่ทำแผนกำลังเร่งทำ เชื่อว่าแผนจะมีความชัดเจนในเวลาไม่ช้า

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ได้มีการสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูบริษัทการบินไทยแล้ว โดยจะมีการหารือรายละเอียดทั้งหมดในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ บริษัทการบินไทยประสบปัญหาขาดทุนจำนวนมาก ล่าสุดมีปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรง เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดบินในประเทศและนอกประเทศเกือบทุกเส้นทาง

ลดหุ้นกระทรวงการคลัง

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับดูแลสายการบินไทย แต่ไม่เข้าร่วมประชุมกับนายสมคิด กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคมด้วยนั้น เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับฝ่ายบริหารของการบินไทยในก่อนหน้านี้ ทราบว่าแหล่งเงินทุนใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องของการบินไทยมีหลายแนวทาง ได้แก่ 1.การหาผู้ร่วมทุนรูปแบบรัฐวิสาหกิจสังกัดเดียวกันเข้ามาถือหุ้น 2.การออกหุ้นกู้ 3. ขออนุมัติวงเงิน และ 4.การเพิ่มทุน ซึ่งแนวทางที่เหมาะสมจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมาช่วยศึกษา เพื่อไม่ให้การบินไทยกลับไปขาดทุนอีก

ส่วนประเด็นของการจัดหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ ที่มีกระแสข่าวว่าอาจเป็นเอกชนเข้ามาถือหุ้นการบินไทยนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหาก ครม.อนุมัติให้เอกชนเข้ามาถือหุ้น ก็เปรียบเสมือนเอาสมบัติชาติไปขายให้เอกชน แต่อย่างไรก็ดี ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของ คนร. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้การบินไทยขับเคลื่อนไปต่อได้ และต้องรอบคอบ เนื่องจากการบินไทยเป็นองค์กรที่สร้างรายได้ถึงปีละ 2 แสนล้านบาท มีพนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกเป็นแสนคน

โดยแนวทางที่ตนมองว่ามีความเป็นไปได้สูงในการปรับสัดส่วนถือหุ้นของการบินไทย จากรูปแบบของรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ทำงานอย่างคล่องตัวนั้น คือแนวทางของการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นของกองทุนวายุภักษ์ ผ่านการลดสัดส่วนถือหุ้นของกระทรวงการคลังลง จากเดิมที่เคยถือหุ้นสูงสุด 51% หรืออาจจะเป็นแนวทางของการกู้เงิน ยืมเงิน โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน

นายถาวร ยังกล่าวด้วยว่า การบินไทยจะไม่ล้มแน่นอน เว้นแต่ว่ารัฐบาลไม่อุ้ม ซึ่งวันนี้สถานการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเห็นได้ว่านายสมคิด รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง จึงเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลจะช่วยการบินไทย และคำว่าการบินไทยจะล้มไม่น่าจะมี แต่อย่างไรก็ดี ขั้นตอนการตัดสินใจก็มีหลายขั้นตอน

The Bangkok Insight Editorial Team