ดูหนังออนไลน์
General

คิกออฟ ! GC-ทส. เดินหน้า ‘อุทยานแห่งชาติ ปลอดขยะ’ เต็มรูปแบบ



GC -ทส. จับมือ เดินหน้า “อุทยานแห่งชาติ ปลอดขยะ” บริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจร ในพื้นที่อุทยานฯ นำร่อง “เขาใหญ่” ก่อนขยายผลอีก 14 แห่ง ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมชูโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศความร่วมมือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าโครงการ “ต้นแบบการบริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจรในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ”  สนับสนุนการบริหารจัดการขยะพลาสติก ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ สู่เป้าหมายการใช้ทรัพยากรของประเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และ GC มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ

นายวราวุธ ระบุว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อสร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดระบบอนุรักษ์ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) สร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการนำพลาสติก และโฟมมาใช้มากขึ้น ในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว หลอดพลาสติก เป็นต้น ซึ่งพลาสติก เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน และมีแนวโน้มการใช้งานมากขึ้น

เนื่องจากพลาสติกมีคุณสมบัติเบา แข็งแรง ทนทาน และราคาถูก สามารถผลิตให้มีรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้า และทันสมัย ทำให้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์พลาสติก หลากหลายรูปแบบ และมีสีสันสวยงาม ให้เลือกใช้อย่างมากมาย ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ทำให้พลาสติก ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดขยะพลาสติกในปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมือง และชุมชนขนาดใหญ่

” มาตรการการจัดการขยะในหลายประเทศเป็นแบบองค์รวม มีทั้งกำกับ บังคับ และ สนับสนุน ส่งเสริม สำหรับไทยแล้ว ความร่วมมือของภาคีทุกภาคส่วน และเร่งหาต้นแบบโครงการตัวอย่าง ที่มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ”  

เมื่อพลาสติกยังจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่ก็สร้างปัญหา หลังการเลิกใช้งานแล้ว ทส. จึงได้จัดทำ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 เพื่อเป็นกรอบ และทิศทาง บริหารจัดการขยะพลาสติกของประเทศ โดยได้ขับเคลื่อนการลด เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน

โครงการสำคัญ ได้แก่ การงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วใน ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา มาตรการชายหาดปลอดบุหรี่ในพื้นที่ 24 จังหวัดชายทะเล การติดตั้งทุ่นลอยดักขยะปากแม่น้ำ และคลองเพื่อลดปริมาณขยะลงทะเล และการเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือ แคปซีล (Cap Seal) ทั่วประเทศ ซึ่งนับได้ว่าประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดการขยายผลการดำเนินงานครอบคลุมทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนจกรรม หรือโครงการอื่นๆในการบริหารจัดการขยะพลาสติก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องต่อไป

โครงการนี้จึงเกิดขึ้น โดยทส. ร่วมมือกับ GC ทำโครงการ “ต้นแบบการบริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจรในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ ” สนับสนุนการบริหารจัดการขยะพลาสติก ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ สู่เป้าหมายการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573

การสร้างโมเดลแบบองค์รวมนี้ จะเป็นต้นแบบที่ดี ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาขยะ แต่การมีส่วนร่วมของภาคีต่างๆ รวมถึงนักท่องเที่ยว และประชาชน จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ และยังนำไปสู่ความเชื่อมั่นศักยภาพของประเทศไทย ในการจัดการขยะพลาสติก ที่สามารถเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทส. เสริมว่า กรอบความร่วมมือ ในการดำเนิน โครงการต้นแบบการบริหารจัดการขยะพลาสติก ฯ ระหว่าง ทส. กับ GC มีระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่มีนาคม 2563 ไปจนถึง มีนาคม 2564

ประกอบด้วยความร่วมมือหลัก 3 ด้าน คือ

1) ด้านการส่งเสริม และสนับสนุน การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ ทดแทนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งที่นำกลับมารีไซเคิลได้ยาก

2) ด้านการส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ ตั้งแต่การคัดแยกขยะ การพัฒนานวัตกรรม สนับสนุนผลิตภัณฑ์รีไซเคิล หรืออัพไซเคิลจากความคิดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า

3) ด้านการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างวัฒนธรรมในการใช้ และบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม โดยจะมีการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นเป็นรูปธรรม

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง

ทางด้าน GC กลไกสำคัญที่จะทำให้กรอบความร่วมมือทั้ง 3 ด้าน จับต้องได้ และบรรลุผล ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC บอกว่า เรายึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาการจัดการขยะ จึงได้อาสาร่วมทำโครงการนี้  โดย GC สนับสนุนองค์ความรู้ และดำเนินงานร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ในการจัดการขยะพลาสติกแบบยั่งยืน

โดยมุ่งเน้น คือ ให้มีทางออก สำหรับทุกคน (Total Solutions for Everyone) และสร้างระบบ (Platform) เพื่อแก้ไขปัญหาแบบองค์รวมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่

1) Bio-based มุ่งเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ Bio Product ที่สลายตัวได้ด้วยการฝังกลบ

2) Fossil-based: มุ่งเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยความรับผิดชอบ นำขยะพลาสติกกลับมา Recycle หรือ Upcycle

3) Ecosystem: เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้พลาสติก เพื่อให้เกิดการขยายผลในวงกว้าง

4) Inclusiveness: GC จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้า SMEs ให้ปรับตัวกับสถานการณ์ และการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค โดยมีแนวร่วมสำคัญจากพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ TPBI และ Farm D

คาดว่าโครงการนี้ จะเป็นการสร้างต้นแบบโมเดล แห่งความสำเร็จระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นต่อไป

อส.หน่วยงานหลัก ในการดูแลพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ได้เดินหน้าในหลายๆเรื่องไปบางส่วนแล้ว นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. บอกว่า เราให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และจริงจังกับการจัดการขยะโดยเฉพาะขยะพลาสติก ที่กำลังเป็นปัญหาทั่วโลก โดยได้ประกาศห้ามนำโฟมเข้าพื้นที่อุทยาน มาตั้งแต่ปี 2546

สำหรับในปี 2563 อส. มีนโยบายยกระดับให้อุทยานแห่งชาติ เป็น “อุทยานแห่งชาติปลอดขยะ”  (zero waste national park) เกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้ โดยคัดเลือกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่นำร่อง ก่อนขยายผลไปยังอุทยานแห่งชาติอื่นๆ อีก 14 แห่ง ประกอบด้วย อุทยานทางบก 6 แห่ง ได้แก่ 1) อุทยานแห่งชาติอินทนนท์ 2) อุทยานแห่งชาติเอราวัณ 3) อุทยานแห่งชาติเขาสก 4)อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก 5) อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 6) อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

อุทยานทางทะเล 7 แห่ง ได้แก่ 1) อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด 2) อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี 3) อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 4) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 5) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ 6) อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา 7) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง คาดว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติต้นแบบ ให้กับอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศต่อไป

โครงการนี้ยังผนึกกำลังกับคพ. อีกหน่วยงาน ซึ่งมีบทบาท ภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติกของประเทศ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีคพ. ระบุว่า เป้าหมายใหญ่ของ Roadmap มี 2 ข้อ คือ

เป้าหมายที่ 1 ลด และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ในปี 2562 ได้แก่ แคปซีล พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีด และ 4 ชนิด ในปี 2565 ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง โฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก (แบบบาง) และหลอดพลาสติก

เป้าหมายที่ 2 นำขยะพลาสติก กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 100% ภายในปี 2570

“โครงการต้นแบบการบริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศ”  เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ที่เน้นให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการ นำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งภายใต้ Roadmap ดังกล่าว จะสามารถขยายการดำเนินงานไปสู่พื้นที่อื่นๆ สร้างความร่วมมือ กับทุกภาคส่วนของประเทศ

“คพ. พร้อมให้การสนับสนุนทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการจัดเก็บ และแยกขยะถุง และฟิล์มพลาสติก ชนิดพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรไพลีน (PP) รวมถึงบริหารจัดการถุง และฟิล์มพลาสติกชนิด PE และ PP ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินำร่อง อย่างมีประสิทธิภาพ ” 

 

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team