COLUMNISTS

เปิด 6 เมนูดีต่อลำไส้

ศิริพร อริยพุทธรัตน์
Longevity Inspirationist ผู้เชี่ยวชาญสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการรักสุขภาพ
3,374

คงต้องขอยอมรับว่า โรคส่วนใหญ่มักมาจากอาหารที่เรารับประทาน และแน่นอน หนึ่งในอวัยวะที่แสดงอาการผิดปกติง่ายที่สุด เร็วที่สุด นั่นคือ ลำไส้เรานี่เลยค่ะ พอเป็นแล้ว บางท่านก็จะทนความปวดไป กว่าจะรู้ตัวว่าลำไส้มีปัญหา ก็ต้องทนทรมานกันไป ลองคิดดูสิว่า…ลำไส้ของเราเปรียบได้กับท่ออาหารขนาดยาว มีหน้าที่ช่วยลำเลียงอาหารจากกระเพาะอาหารมาย่อย โดยในระหว่างทางนั้น จะมีการดูดซึมสารอาหารสำคัญผ่านผนังลำไส้ ก่อนส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ดูดน้ำและสารอาหารบางส่วนกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ก่อนที่จะขับกากอาหารเป็นของเสียออกจากร่างกาย

Probiotics คืออะไร

ชื่อนี้น่าจะคุ้นหูใครหลายคน เพราะอย่างน้อยเจ้าตัวนี้เป็นส่วนประกอบของนมเปรี้ยว – โยเกิร์ต ที่เราเห็นกันแพร่หลายในท้องตลาด Probiotics คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตขนาดเล็กที่พบได้ในสิ่งแวดล้อม คน สัตว์ มีทั้งชนิดที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ ซึ่ง Probiotics จัดเป็นเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีหน้าที่ช่วยในระบบทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน แถมยังช่วยในการป้องกัน และรักษาโรคบางชนิดอีกด้วย

Probiotics ที่นิยมเป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่สามารถรับประทานได้ เช่น

  • Lactobacillus คุ้นหูกันเลยใช่ไหมค่ะ เป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ มีมากกว่า 50 สายพันธ์ มีการอ้างอิงการศึกษาพบว่า บางสายพันธ์สามารถช่วยบรรเทา หรือ สามารถป้องกันการติดเชื้อรา ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • Saccharomyces Boulardii เป็น Probiotics ชนิดเดียวที่จัดอยู่ในกลุ่มยีสต์ ช่วยในการป้องกันและรักษาโรคท้องเสีย จากการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • Streptococcus Thermophilus เป็นตัวช่วยสร้างเอนไซม์แล็กเทส (Lactase Enzyme) ที่ช่วยในการย่อยน้ำตาลแลคโตสในน้ำนม สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส

Probiotics พบในอาหารหลากหลายประเภท เช่น นมเปรี้ยว โยเกิรต์ กิมจิ ฯลฯ และแน่นอน การรับประทานอาหารประเภท Probiotics จะส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยตัวจุลินทรีย์จะเข้าไปทดแทนจุลินทรีย์ชนิดดีที่ร่างการสูญเสียไปภายในระบบการย่อยอาหาร เช่น ทานอาหารไม่ถูกโภชนาการ การพักผ่อนน้อย เครียดมาก และเมื่อจุลินทรีย์ชนิดดีลดน้อยลง จุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย จึงออกทำงานได้เต็มที่ ส่งผลทำให้การทำงานของลำไส้ทำงานไม่เต็มที่

Prebiotics เป็นอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อย และไม่ถูกดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก แต่จะถูกย่อยได้ด้วยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ โดยจะกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญของ Probiotics และมีประโยชน์ต่อร่างกาย
Prebiotics พบในอาหารประเภท ผัก เช่น กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง รากชิคอริ และยังพบใน ผลไม้ เช่นกล้วย แอปเปิล และธัญพืชต่าง ๆ

Postbiotics เป็นสารอาหารที่ได้จากกระบวนการหมักของแบคทีเรียชนิดดี (Postbiotic byproducts) โดยส่วนใหญ่เป็นสารอาหารที่ลำไส้ของเราสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย โดยสารอาหารเหล่านี้จะช่วยเสริมให้ปริมาณแบคทีเรียชนิดดีมากขึ้น ผลก็คือ มันจะทำให้ลำไส้ สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมเพิ่มภูมิคุ้มกันอีกด้วย

แน่นอนในยุคนี้ ก่อนเราจะรับประทานอาหาร เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่ร่างกายจะได้รับ ไม่ว่าทั้ง Pro – Pre – Post Biotics ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยเลย

อีกหนึ่งข้อที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย และเกิดขึ้นบ่อยจนเราอาจลืมสังเกต ว่าเมื่อใดที่เราทานอาหารจำพวกของทอด ของหวาน ของมัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ แบบไม่ค่อยมีผักผลไม้เข้าร่วมในมื้อเมนูแต่ละวันนั้น ระบบขับถ่ายของเราจะเริ่มไม่คล่องตัว เช่น อาหารไม่ย่อย ไม่ถ่ายอุจจาระ และในบางรายมีอาการปวดท้อง จุกเสียดร่วมด้วย ฟังดูแย่เลยนะคะ อร่อยปาก ลำบากลำไส้ ก็แบบนี้แหละค่ะ วันนี้ผู้เขียน ขอแนะนำเมนูช่วยขับเคลื่อน และบำรุงลำไส้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าลำไส้ของคุณต้องปลื้ม และกลับมาทำงานได้แบบปกติอย่างแน่นอน ไปดูเมนูเหล่านั้นกันค่ะ

1. น้ำพริกผักต้ม ผัดผัก หรือเมนูผักๆ ทั้งหลาย ได้แก่ ผักใบเขียวทั้งมวล ประเภท คะน้า กวางตุ้งต้มสุก ที่มีทั้งโฟเลตและใยอาหารที่ละลายได้ รวมไปถึงฟักทอง แครอทต้มสุก เพื่อให้ได้วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ยังแนะนำผลไม้สุกเนื้อนุ่มนิ่ม เช่น มะละกอ กล้วยสุก ให้อยู่ในมื้ออาหารในแต่ละวันของคุณด้วยค่ะ

2. กินปลาแล้วดี นอกจากฉลาดแล้ว ยังย่อยง่าย ในเมนูจากปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน จะได้วิตามินดีและบี 12 รวมถึงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ปลา กุ้ง หอย ผักกูด ผักโขม เพื่อชดเชยการสูญเสียเลือดค่ะ

3. โยเกิร์ต หรือ นม นี่เป็นอีกเมนูที่สามารถช่วยลำไส้เราได้ดีค่ะ เนื่องจากจะไปเพิ่มจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีแก่ลำไส้ได้ (ตามที่กล่าวไว้ด้านบน Probiotic) แนะนำว่า ควรเลือกซื้อแบบไขมันต่ำและน้ำตาลน้อยจะดีที่สุดนะคะ

4. น้ำเปล่า แน่นอนว่าช่วยเรื่องระบบการย่อยและระบบขับถ่ายได้ดี แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว กำลังดีเลยค่ะ

5. ธัญพืชต่างๆ ธัญพืชต่างๆ ก็เป็นอีกประเภทที่ที่ต่อลำไส้นะคะ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขอแบบคาร์โบไฮเดรตที่ดีหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนนะคะ แบบที่ไม่ผ่านกรรมวิธีหรือการขัดสีค่ะ เพราะนอกจากจะมีเส้นใยและกากอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายด้วยค่ะ

6. ผักประเภทสมุนไพร อย่ามองข้ามไปเชียวค่ะ ผักต่าง ๆ ที่มีสรรพคุณทางยาของบ้านเราดีๆทั้งนั้นนะคะ เช่น ใบกะเพรา ใบแมงลัก พริกสด หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ เป็นต้นเหล่านี้ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดูดซับไขมันในลำไส้ ช่วยบำรุงลำไส้ ช่วยระบบย่อยอาหาร และยังสามารถช่วยให้เจริญอาหาร ขับปัสสาวะของเสียออกจากร่างกายได้ดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดได้ด้วยนะคะ

เห็นหรือไม่คะว่า อาหารที่ช่วยบำรุงลำไส้ของเรานั้น สามารถหาทานได้ง่ายๆ นอกจากการรับประทานอาหารที่ดีและพอเหมาะแล้ว ควรออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอร่วมด้วย จะดีมากเลยค่ะ พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

(เครดิต : www.tistr-foodprocess.net.food_health/food_health6.htm, https://www.biocare.co.uk/news/probiotics-or-prebiotics.html
www.webmed.com), www.pobpad.com

#KINN_Holistic_Healthcare

Add Friend Follow