ดูหนังออนไลน์
Business

‘แอร์เอเชีย-เวียตเจ็ท’ รับผู้โดยสารหาย แต่ไม่มีนโยบายปลดพนักงาน 8.8 พันคน

“แอร์เอเชีย” รับไวรัสโควิดทำผู้โดยสารหาย 30% แต่ยืนยันไม่มีนโยบายปลดพนักงาน 8 พันคน “ไทยเวียตเจ็ท” โอดกระทบหนัก ต้องการเงินเสริมสภาพคล่อง ส่วนพนักงานอยู่ครบ 800 คน

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยหลังหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) วันนี้ (4 มี.ค.) ว่า

กระทรวงคมนาคมได้รับข้อเสนอของสายการบินไว้พิจารณา แต่ขอนำไปหารือภายในกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะมาตรการชดเชยและเยียวยาบางมาตรการเกี่ยวกับงบการเงินจึง ต้องมีการนำเสนอมาตรการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ  ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้สายการบินกลับไปจัดทำแผนโดยละเอียด ก่อนกลับมาเสนอ เพื่อนำไปรายงานให้ ครม. เศรษฐกิจพิจารณาในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมนี้

“มาตรการที่สายการบินต้องการให้รัฐช่วยเหลือให้มากที่สุด คือการปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าขึ้นลงสนามบิน ค่าจอด ค่าบริการจัดจราจรทางอากาศ ค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน เป็นต้น อยากขอให้ช่วยลด นานๆ 1 ปี หรือ 2 ปี ก็ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะพิจารณาให้ได้มากแค่ไหน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาลด้วย” นายธรรศพลฐ์กล่าว

สำหรับสถานการณ์ของสายการบินพาณิชย์เอกชนภาพรวม ส่วนใหญ่ต้องเร่งมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น  โดยสายการบินที่มีเที่ยวบินจำนวนมาก ก็ต้องหาทางปรับลดค่าใช้จ่ายมากตามไปด้วย เนื่องจากปัญหาไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก ได้ส่งผลกระทบทำให้เที่ยวบินพาณิชย์ในเดือนกุมภาพันธ์ผ่านมา ลดลงไปกว่า 7,000 กว่าเที่ยวบินแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับลดเพิ่มขึ้นอีก หากการแพร่ระบาดยังยืดเยื้อ ซึ่งก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะจบเมื่อไหร่

นายธรรศพลฐ์กล่าวถึงสถานะของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ว่าขณะนี้ยอดผู้โดยสารปรับลดลงมาก โดยอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ที่ 60% เทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 80-90% หรือลดลง 20-30%

ด้านสถานะของพนักงานนั้น ขณะนี้สายการบินไทยแอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 8,000 คน ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการปรับลดพนักงานแต่อย่างใด ยอมรับว่ามีการให้สลับหยุดบ้างและมีการตัดค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่ทุกคนยังมีตำแหน่งงานอยู่ ไม่ได้ปลดหรือลดคนแน่นอน ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในเดือนพฤษภาคมนี้ สายการบินจะมีการปรับลดพนักงานนั้น ยืนยันว่ามีเป็นเพียง “เสียงลือเสียงเล่าอ้าง” เท่านั้น

นายสถิระวัฒน์ พลนาค กรรมการผู้จัดการ สายการบินไทยเวียตเจ็ท เปิดเผยว่า ปัญหาไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสายการบินไทยเวียตเจ็ทเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องปรับลดความถี่เที่ยวบินและหยุดบินในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้อัตราการใช้เครื่องบินของบริษัทจำนวน 11 ลำ ลดลงจาก 12 ชั่วโมงต่อวัน เหลือ 8 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ก็ลดลงมาก

ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบ ได้แก่ เปิดเส้นทางบินใหม่ภายในประเทศไทยและเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน จัดทำแคมเปญลดค่าโดยสาร สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานราชการและภาคเอกชน เพื่อกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ รวมถึงตัดลดต้นทุนและพยายามหมุนเวียนเครื่องบินในเส้นทางต่างๆ เพื่อไม่ให้เครื่องจอดนิ่ง พร้อมยืนยันว่าบริษัทยังไม่มีมาตรการใดๆ เช่น การเลิกจ้าง หรือให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพนักงานจำนวน 800 คน

สำหรับวันนี้ (4 มี.ค.) ไทยเวียตเจ็ทก็ได้ร่วมกับสายการบินพาณิชย์อื่นๆ ยื่นมาตรการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐและผู้ประกอบการสนามบิน โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ในสนามบินและการขอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งบริษัทก็ต้องการเงินกู้ส่วนนี้ด้วย เพื่อมาช่วยเสริมสภาพคล่อง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุวงเงินกู้ที่บริษัทและสายการบินต่างๆ ต้องการได้ เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และปัจจุบันต้องเร่งเสนอมาตรการเพื่อพยุงให้สายการบินอยู่รอดเป็นหลักก่อน

นายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต เผยว่า การหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมครั้งนี้ ทุกสายการบินพร้อมใจมาเพื่อรายงานถึงผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด -19 โดยต้องยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารงดเดินทาง บรรยากาศของสนามบินดอนเมืองไม่คึกคัก แต่ทั้งนี้ ตนเชื่อมั่นว่าปัญหาโควิด -19 จะเป็นผลกระทบคล้ายกับสมัยโรคซาร์สระบาด เชื่อมั่นว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย การท่องเที่ยวจะกลับมาขยายตัวทันที เพราะนักท่องเที่ยวยังต้องการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่างญี่ปุ่น

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE