ดูหนังออนไลน์
Business

รถไฟทางคู่ ‘มาบกะเบา-จิระ’ คืบหน้า 41% ตั้งเป้าเปิดใช้ปี 65



รถไฟทางคู่ มาบกะเบา-จิระก่อสร้างสัญญา 1 และ 3 คืบหน้าเฉลี่ย 41% เร็วกว่าแผนเล็กน้อย การรถไฟฯเร่งดันสัญญา 2 เข้า ครม. คาดเปิดใช้ได้ปี 65

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระว่า โครงการพัฒนารถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีระยะทางรวม 132 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 29,968.62 ล้านบาท โดยการรถไฟฯ ได้ว่าจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-อาร์ที เป็นผู้รับเหมา

สำหรับภาพรวมการก่อสร้างในปัจจุบันของสัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 3 มีความคืบหน้า 41.42% จากแผนงานที่กำหนดไว้ 40.23%  หรือสามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าแผนงาน 1.19% โดยการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 3 สัญญา ดังนี้

  • สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา – คลองขนานจิตร งบประมาณก่อสร้าง 7,560 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 48 เดือน แผนงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 กำหนดไว้ที่ 71% และความคืบหน้าผลงาน 59.35% หรือเร็วกว่าแผน 2.64%
  • สัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร– ชุมทางถนนจิระ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)
  • สัญญาที่ 3 งานอุโมงค์รถไฟ งบประมาณก่อสร้าง 9,290 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 42 เดือน แผนงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 กำหนดไว้ 598% และมีความคืบหน้าผลงาน 31.969% หรือล่าช้ากว่าแผน 1.629%

อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้แล้วเสร็จตามแผนงาน และพร้อมเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2565 ดังนั้น หากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว ทำให้มีความปลอดภัยในการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้าเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มความรวดเร็วและความตรงต่อเวลา ในการเดินขบวนรถไฟได้อีกด้วย อีกทั้งประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคการขนส่งของประเทศ ลดปัญหามลพิษที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การรถไฟฯ มีโครงการที่จะพัฒนาทางคู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมพื้นฐานอื่น ๆ เน้นการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า ทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เป็นการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟโดยใช้แนวทางการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) หรือทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) ช่วยเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถไฟ สามารถแก้ไขปัญหาจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และที่สำคัญจะเป็นการลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE