COLUMNISTS

ฟังทางนี้! ทานเนื้อสัตว์แล้วไม่สบายใจจะทานพืชอะไรทดแทนดี

The Bangkok Insight Editorial Team
1,551
ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้พูดถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID19 ที่ส่งผลทางอ้อมให้คนใส่ใจกับอาหารการกินมากขึ้น หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์แปลกๆ จึงทำให้เนื้อสัตว์ออแกนิกส์ที่จะได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นพิเศษในช่วงนี้ รวมถึงตัวยาที่รักษาอาการเจ็บป่วยของสัตว์ในฟาร์มออแกนิกส์ก็ควรเป็นยาสมุนไพร

ในเดือนนี้ยังขออยู่ในประเด็น COVID19 ที่ทำให้เกิดการเปิดประเด็นถึงการใช้ยาสมุนไพร รวมถึงการมองหาการบริโภคอาหารประเภทพืชเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ ซึ่งโชคดีที่ประเทศไทยเรานั้นมีพืชผักนานาชนิดให้ได้เลือกมาบริโภคกัน โดยพืชที่เป็น SUPER FOOD ใหม่ของโลกที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยโดยที่ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย นั่นคือ ไข่ผำ หรือ ไข่น้ำ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Wolffia พืชน้ำที่มีลักษณะเป็นสีเขียวเล็กๆ คล้ายไข่ปลามีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร เป็นพืชพื้นบ้านที่ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งไทย ลาว และพม่า รู้จักนำมาบริโภคตั้งแต่อดีต แต่ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนเมืองเพราะโดยธรรมชาติจะขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำทั่วไป เช่น บึง หรือหนองน้ำ จึงทำให้ถูกมองว่าอาจมีสิ่งปนเปื้อนมาจากแหล่งน้ำเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไข่ผำได้ก้าวขึ้นมาเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองเพราะ สหรัฐ ยุโรป และอิสราเอล เริ่มให้ความสนใจในการบริโภคไข่ผำ ได้มีการนำไปปรุงอาหารหลากหลายเมนูแล้วยังพบว่านิยมทำไปทำขนมอบทดแทนธัญพืช รวมถึงนำมาทำเครื่องดื่มได้อีกด้วย เนื่องจากไข่ผำในปัจจุบันถูกเพราะเลี้ยงในฟาร์มปิด จึงทำให้สามารถควบคุมสิ่งปนเปื้อนจากเดิมที่จะปนมากับแหล่งน้ำธรรมชาติได้ และบางที่ก็ทำการเพาะเลี้ยงแบบออแกนิกส์ทำให้เพิ่มมูลค่าไข่ผำให้สูงขึ้น ส่วนสารอาหารของไข่ผำนั้น จากการศึกษาของนักวิจัยในอินเดียและเยอรมนีที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Food Chemistry เมื่อปี 2017 ระบุว่ามีทั้งสารอาหารขนาดใหญ่ และสารอาหารขนาดเล็ก เช่น โปรตีนและลูทีน, กรดไขมันโอเมก้า 3 , วิตามิน เกลือแร่และใยอาหาร เป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีนจากพืชที่มี BCAAs (Branched-Chain Amino Acids) มากขึ้น มีกรดอะมิโนที่มีสูงขั้น และมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้มีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกินโปรตีนประเภทอื่น เช่น การแพ้นมวัว ปัญหาการย่อยโปรตีนประเภทอื่นๆ มักจะไม่มีใยอาหาร และสารอาหาร ปัญหาเหล่านี้ ทำให้ผู้บริโภคหันกลับมาบริโภคโปรตีนจากพืชมากขึ้น

ภาพจากทวิตเตอร์ @I_Am_You_Rita

ส่วนข้อดีของเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไข่ผำนั้น เมื่อเปรียบเทียบการลงทำทำฟาร์มไข่ผำเทียบกับการทำนาข้าว ในพื้นที่ 1 ไร่ แม้จะให้ผลตอบแทนเท่ากันคือสร้างรายได้ประมาณ 7,200 บาทต่อไร่ แต่ข้อดีของไข่ผำคือเก็บเกี่ยวได้ตลอดไม่ต้องลงทุนใหม่ อีกทั้งยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกสัปดาห์เพราะไข่ผำเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถเพิ่มจำนวนเป็น 2 เท่าได้ในเวลา 14 วัน จากการที่เกษตรกรเริ่มสนใจในการทำฟาร์มเลี้ยงไข่ผำทำให้ผำเริ่มหาซื้อได้ง่ายขึ้น ต่างจากก่อนนี้จะหาได้ยากเพราะจะเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติในหน้าร้อนที่แหล่งน้ำค่อนข้างนิ่ง

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ปัจจุบันผู้คนจะรับประทานไข่ผำเพียงแค่เป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ในอนาคตหลายๆ ประเทศกำลังเริ่มรับประทานไข่ผำเป็นอาหารหลักทดแทนแป้งเช่นเดียวกับปัจจุบันที่ผู้คนนิยมรับประทานควินัว อีกทั้งภาคอุตสาหกรรมเองก็จะนำไข่ผำมาแปรรูปให้เกิดเป็นอาหารสุขภาพที่รับประทานง่ายขึ้น เช่น การอัดเม็ด หรือบรรจุแคปซูล รวมถึงทำแบบผงเพื่อชงดื่ม เพื่อให้เกิดความสะดวก และสนับสนุนให้พืชท้องถิ่นของไทยมีโอกาสไปยืนบนเวทีโลกในฐานะ SUPER FOOD อาหารแห่งสุขภาพ

ภาพปกจากทวิตเตอร์ @GhostartA

Add Friend Follow