Politics

ไม่เคลียร์ -ไม่ชัด-ไม่โหวต!! ‘เทพไท’ ชมฝ่ายค้านอภิปรายฯเข้าเป้า ‘เหมืองทองอัครา-ขบวนการ IO’

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่วางใจในวันที่2 ว่า บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้อภิปรายหลายคนที่นำเสนอขอมูลได้อย่างน่าสนใจ ตนเองนอกจากได้รับมอบหมายจากที่ประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นผู้พิทักษ์ข้อบังคับแล้ว ได้ทำหน้าที่ให้คะแนนกับผู้อภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย ซึ่งจากการเฝ้าติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ เนื้อหาการอภิปรายจะพุ่งเป้าไปที่ปัญหา ความเหลื่อมล้ำ หรือความล้มเหลวในการบริหารด้านเศรษฐกิจ ที่พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจโดยตรง

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีความสมบูรณ์ทั้งรูปแบบและเนื้อหาของการอภิปรายนั้น ผู้ที่สอบผ่านการอภิปราย มีการนำเสนอข้อมูลได้อย่างน่าชวนติดตาม และมีสไตล์อภิปรายตามรูปแบบของการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแท้จริง มีอยู่ 5 ท่าน คือ 1.นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว 2.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร 3.นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล 4.นางสาวสรัสนันทน์ อรรณนพพร 5.นางสาวจิราพร สินธุไพร

ส่วนฝ่ายรัฐบาลที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังใช้การตอบคำถามในรูปแบบเดิม คือ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามจากข้อมูลที่ข้าราชการประจำชงให้ จะใช้วิธีอ่านข้อมูลมากกว่าการอภิปราย และมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างๆตอบคำถามแทนเป็นครั้งคราว

ส่วนตัวเห็นว่าการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้าเป้า กว่าการอภิปรายในวันแรก โดยเฉพาะประเด็น เหมืองทองอัครา การเอื้อประโยชน์ให้เอกชน และขบวนการ IO ของ กอ.รมน.ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีความรับผิดชอบโดยตรง จะแก้ข้อกล่าวหานี้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ นายเทพไท  โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ กล่าวถึงบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันแรก ว่า บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฝ่ายค้านมีข้อมูลที่ดี แต่ขาดการนำเสนอที่น่าสนใจ เช่น กรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่การใช้เวลาอภิปรายยาวนานถึง2ชั่วโมงครึ่ง ทำให้คนฟังเกิดอาการเบื่อได้ส่วนการอภิปรายของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณใช้รูปแบบการอภิปรายในลักษณะการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลมากกว่าการอภิปรายในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้ฟังดูราบเรียบ ไม่เร้าใจให้ชวนติดตาม

ส่วนฝ่ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควบคุมอารมณ์ได้ดี แต่ตอบคำถามค่อนข้างสั้น ส่วนใหญ่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีคนอื่นๆตอบคำถามแทน ถ้าพิจารณาตามญัตติเป็นการอภิปรายรายบุคคล ผู้ที่จะตอบคำถามน่าจะเป็นตัวรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ถ้าจะใช้สิทธิ์อภิปราย ก็สามารถทำได้แค่การขอใช้สิทธิ์พาดพิงที่ทำให้เกิดความเสียหาย

สำหรับการทำหน้าที่องครักษ์ของฝ่ายรัฐบาล เป็นการประท้วงในลักษณะพร่ำเพรื่อ หยุมหยิมเกินไป ทำให้เสียเวลาของสภาโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเสียเวลากับการประท้วง เรื่องที่มีการเรียกชื่อคุณประยุทธ หรือจะให้ใช้เรียกว่า พลเอกประยุทธ์นั้น ที่ประชุมถกเถียงกันเป็นเวลานาน ทั้งๆที่ประธานชวนได้วินิจฉัยเป็นข้อยุติไปแล้วหลายครั้ง

ส่วนตัวในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่ดูแลข้อบังคับระหว่างมีการประชุมสภานั้น ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวเลยด้วยเหตุผล 2 ประการคือ

1.ประธานสภาผู้แทนราษฎร คือนายชวน หลีกภัย ได้ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมได้ดีมากให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และวินิจฉัยคำประท้วงได้ถูกต้อง เป็นกลางที่สุด

2.การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มานั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรด้วย จะมีผู้อยากทำหน้าที่เป็นองครักษ์คอยประท้วงในทุกประเด็นที่ล่อแหลมต่อการกระทำผิดข้อบังคับ เพื่อต้องการโชว์ฟอร์มให้ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ท่านได้เห็นผลงาน จึงเกิดภาพการแข่งขันกันประท้วง หรือเรียงหน้ากันประท้วงในทุกประเด็น ตนจึงไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ในการพิทักษ์ข้อบังคับแต่อย่างใด

ถ้าพิจารณาดูน้ำหนักข้อมูลของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในเวลา1วันที่ผ่านมา ยังก้ำกึ่งกันอยู่ ความน่าเชื่อถือของทั้ง 2 ฝ่ายใกล้เคียงกัน คงต้องรอข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกใน 2-3วัน ที่เหลืออยู่นี้

ส่วนตัวจะไม่ทำตัวเป็นปัญหาเหมือนที่แกนนำรัฐบาลบางคนวิตกกังวล แต่ยังยืนยันในจุดยืนเดิม คือต้องฟังการอภิปรายและการชี้แจงของทั้ง2ฝ่ายก่อน ถ้าสามารถตอบคำถาม หรือนำข้อมูลมาหักล้างการอภิปรายของฝ่ายค้านได้หมด ก็พร้อมจะยกมือให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น แต่หากตอบคำถามไม่เคลียร์ ชี้แจงข้อสงสัยไม่ชัด ก็ไม่สามารถจะยกมือไว้วางใจให้ได้เช่นเดียวกัน

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight