ดูหนังออนไลน์
Politics

‘กรมราชทัณฑ์’ แจง 3 ข้อปม ‘ช่อ’ แฉ ช่วยนักโทษคดี1MDB



“กรมราชทัณฑ์” แจง 3 ข้อ ปม”ช่อ”กล่าวหานายกฯ ช่วยนักโทษคดีอาชญากรรมทางการเงิน “1MDB” ยืนยันทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ชี้แจง โดยพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าตามที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอาจมีส่วนปกปิดซ่อนเร้น คดีอาชญากรรมทางการเงิน 1MDB (1Malaysia Development Berhad) หรือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของมาเลเซีย โดยทางการไทยมีส่วนร่วมในการจับกุมคนบริสุทธิ์เข้าคุก บิดผันกระบวนการยุติธรรมและทำลายความสัมพันธ์กับหลายประเทศนั้น กรมราชทัณฑ์ขอชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัว นายจัสโต้ ซาเวียร์ อันเดร ไว้ในการควบคุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ตามหมายขังของศาล ต่อมามีคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2558 (ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.2657/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อ.2737/2558) ตัดสินให้จำคุกผู้ต้องขังรายดังกล่าว ในข้อหารีดเอาทรัพย์ (ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 338 , 80) โดยมีพฤติการณ์กล่าวคือ จำเลยเคยเป็นลูกจ้างบริษัทปิโตรซาอุดิ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (ผู้เสียหาย) ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหาร

ภาพ:เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ กรมราชทัณฑ์

เมื่อผู้เสียหายเลิกจ้างจำเลยตามกฎหมายแล้ว จำเลยกลับขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับของผู้เสียหาย ทั้งจะขายข้อมูลความลับดังกล่าวให้กับบุคคลภายนอกหากผู้เสียหายไม่ยอมจ่ายเงิน จำนวน 2.5 ล้านฟรังก์สวิส (หรือประมาณ 80.6 ล้านบาท) การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงและสามารถก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจแก่ผู้เสียหายได้ จึงลงโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 3 ปี

2.ระหว่างถูกคุมขังกระทรวงต่างประเทศ ได้ส่งหนังสือคำร้องขอโอนตัวนายจัสโต้ เพื่อกลับไปรับโทษต่อยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตามสนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสวิสเซอร์แลนด์ ว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิด ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาโอนนักโทษ ครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 ได้มีมติไม่เห็นชอบให้โอนตัวนายจัสโต้ เนื่องจากมีคุณสมบัติขัดต่อพระราชบัญญัติการปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการดำเนินการตามคำพิพากษาคดีอาญา พ.ศ.2527 มาตรา 25(3) กล่าวคือโทษจำคุกที่นักโทษต่างประเทศจะต้องรับต่อไปในราชอาณาจักรเหลืออยู่น้อยกว่า 1 ปี ของโทษจำคุกทั้งสิ้นตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง

ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายภายในของไทย มิได้มีประเด็นกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแต่อย่างใด

3.นายจัสโต้ ถูกจำคุกอยู่ประมาณ 1 ปี 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2558 – 20 ธันวาคม 2559 และได้รับการปล่อยตัวไป ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวโรกาสสำคัญของชาติ 2 ฉบับ ในปี พ.ศ.2559 โดยกรมราชทัณฑ์ได้มอบตัวนายจัสโต้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยมีเจ้าหน้าที่สถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ เข้าร่วมสังเกตการณ์ นายจัสโต้ฯ ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไป เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ด้วยเที่ยวบินที่ TG 970

จากกรณีดังกล่าวอาจมีการทำให้ประชาชนเข้าใจผิดถึงการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ จึงขอยืนยันว่า กระบวนการควบคุมตัว นายจัสโต้ ไปจนถึงการปล่อยตัวเป็นการดำเนินการตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างถูกต้องสอดคล้องกับหลักสากลทุกประการ

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight