Videos

มั่นใจไร้เชื้อ! ธนาคารจีนเร่งปล่อย ‘เงินสะอาด’ สู่มือประชาชน

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ทำให้ผู้คนต่างตระหนักถึงการป้องกันเชื้อโรคที่จะปนเปื้อนมากับสิ่งของรอบกายมากขึ้น หนึ่งในของใกล้ตัวที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคซึ่งหลายคนมักมองข้ามไป นั่นก็คือ “ธนบัตร”

ปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจีน เป็น ‘สังคมไร้เงินสด’ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เงินสด’ ยังเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนอีกเป็นจำนวนมาก หลังโรคระบาดปะทุขึ้น ประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า การใช้เงินสดมีความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะหรือไม่?

ฟานอี้เฟย รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศจีน ได้ออกมาแถลงมาตรการป้องกันและควบคุมโรค เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของการใช้เงินสด โดยระบุว่า “ธนบัตรที่ธนาคารใช้ควรเป็นธนบัตรพิมพ์ใหม่ให้ได้มากที่สุด และจะต้องทำการฆ่าเชื้อธนบัตรที่ได้รับมาก่อนปล่อยออกสู่มือของประชาชนอีกครั้ง”

สำหรับพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงสูงธนบัตรต้องผ่านการฆ่าเชื้อผ่านแสงอัลตร้าไวโอเลต (Ultra-Violet)’ หรือ ผ่านการใช้ความร้อนสูง และเก็บไว้เป็นเวลา 14 วันก่อนปล่อยสู่ตลาด ขณะที่ธนบัตรจากพื้นที่ที่ไม่ติดเชื้อ จะต้องเก็บไว้ราว 1 สัปดาห์ ก่อนปล่อยให้หมุนเวียนในตลาด

ฟานอี้เฟย เสริมอีกว่า ช่วงก่อนวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารกลางฯ ได้ปล่อยธนบัตรพิมพ์ใหม่มูลค่าเกือบ 6 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท) ในทั่วประเทศ และ ส่งธนบัตรพิมพ์ใหม่มูลค่า 4 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท) ไปยังเมืองอู่ฮั่น ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่พนักงานธนาคารและผู้ทำธุรกรรมผ่านเงินสด

นอกจากนี้ ธนาคารกลางฯ ยังได้ระงับการโอนเงินสดระหว่างมณฑล และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงการระบาดสูง เพื่อลดการเคลื่อนไหวของบุคลากร และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและแพร่กระเชื้อผ่านการขนส่ง

ธนาคารทรัพยากรแห่งประเทศจีน (China Resources Bank) ยังได้ อัปเกรดอุปกรณ์การฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสผ่านธนบัตร และช่องทาง อื่นๆ ให้ประชาชนมั่นใจว่า เงินที่ใช้นั้นเป็น “เงินสะอาด ปราศจากเชื้อไวรัส”

ธนาคารฯ ยังทำการฆ่าเชื้อธนบัตรที่ได้รับ รวมถึงธนบัตรจากจากตู้เอทีเอ็มก่อนปล่อยออกสู่ตลาด ทั้งยัง ปิดบริการฝากเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม ที่ทั้งฝากและถอนได้เป็นการชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงการหมุนเวียนของธนบัตรที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อเหล่านี้

ในปัจจุบัน เครื่องฝากและถอนเงินสดอัตโนมัติของธนาคารทรัพยากรแห่งประเทศจีน พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงตามปกติแล้ว โดย อุปกรณ์จะได้รับการฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ เพื่อให้ลูกค้าวางใจที่จะใช้งาน

นอกจากนี้ ธนาคารยังเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันสุขอนามัยของสำนักงานแต่ละสาขา เช่น เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด และฆ่าเชื้อเครื่องทำรายการอัตโนมัติ ติดตั้งเครื่องตรวจจับอุณหภูมิ จัดหาถุงมือ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เพื่อปกป้องสุขภาพของลูกค้าและพนักงาน

จากกระบวนการ “ล้างธนบัตร” พบว่า ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือบัตรโดยสารรถไฟใต้ดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็ใช้มาตรการฆ่าเชื้อโรคอย่างเข้มงวด

ในทุกๆวัน เงินสดจำนวนหลายแสนหยวนจะถูกนำมาเก็บไว้ที่ศูนย์จัดเก็บ และขนส่งเงินสดของธนาคารการสื่อสารเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Communiacations Bank) ขั้นตอนแรก เจ้าหน้าที่จะคัดแยกเงินสดทั้งหมด ก่อนจะนำไปฆ่าเชื้อในขั้นแรกด้วยระบบโอโซนเป็นเวลา 15 นาที ขั้นที่ 2 นำไปฆ่าเชื้อโดยรังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือยูวีเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นส่งไปยังศูนย์เงินสดเพื่อจำหน่ายออกสู่มือประชาชนต่อไป สำหรับธนบัตรที่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดการติดเชื้อสูง จะถูกปิดผนึกและเก็บรักษาไว้หลังจากผ่านการฆ่าเชื้อโรคครบทุกขั้นตอน

อู๋อวี้เฟิง รองผู้จัดการทั่วไปของศูนย์จัดเก็บและขนส่งเงินสด ประจำ ธนาคารแห่งการสื่อสารเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า สำหรับธนบัตรที่มาจากระบบขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล และตลาดสด จะถูกรวบรวมเพื่อนำไปฆ่าเชื้อ เราใช้กรรมวิธีการฆ่าเชื้อโรคแบบ 2 ขั้นตอน ส่วนธนบัตรที่รับมาจากโรงพยาบาล และพื้นที่สุ่มเสี่ยงสูง จะถูกเก็บไว้ ไม่จำหน่ายสู่มือประชาชน

ด้าน ธนาคารเซี่ยงไฮ้ (Bank of Shanghai) เริ่ม ปิดบริการ เครื่องฝากและถอนเงินอัตโนมัติในเมืองเซี่ยงไฮ้แล้ว นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ยังปฎิบัติตามนโยบายการฆ่าเชื้อบนธนบัตรที่ธนาคารกลางแห่งประเทศจีนประกาศอย่างเคร่งครัด

นอกจากเงินสด บัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียวสำหรับรถไฟใต้ดินในเซี่ยงไฮ้ ก็จะถูก ฆ่าเชื้อหลังการใช้งานทุกครั้ง เช่นกัน โดยจะถูกนำมาทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ อบแห้ง และบรรจุใหม่ ณ บริเวณชั้น 1 ของสถานีถนนตงเป่าซิง

กู้เที่ยว หัวหน้าฝ่ายบริหารบัตรโดยสารประจำศูนย์การขนส่งทางรถไฟของเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีพนักงานเพียง 12 คนที่ยังมาทำงานอยู่ พวกเขาทำงานล่วงเวลามาตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. และเราต้อง ทำความสะอาดบัตรโดยสารประมาณ 60,000 ใบต่อวัน

ที่มา: สำนักข่าวซินหัว

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight