World News

กังวล ‘ไวรัสโควิด-19’ ทำกิจกรรมธุรกิจสหรัฐร่วง ฉุด ‘วอลล์สตรีท’ เดินขาลง

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (21 ก.พ.) ปรับตัวลดลง หลังข้อมูลแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมในภาคการผลิต และบริการเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐ ตกอยู่ในภาวะชะงักงัน เนื่องจากบริษัทต่างๆ กังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 มากขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เคลื่อนไหวล่าสุดมาอยู่ที่ 28,957.57 จุด ลดลง 262.41 จุด หรือ 0.90% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,341.63 จุด ลดลง 31.60 จุด หรือ 0.94% และดัชนีแนสแด็ก ที่ 9,614.64 จุด ลดลง 136.33 จุด หรือ 1.40%

ข้อมูลจากไอเอชเอส มาร์กิต แสดงให้เห็นว่า ดัชนีผู้จัดการจัดซื้อภาคบริการร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 49.4 จุด ในเดือนนี้ จากระดับ 53.4 จุด เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งการอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 จุดนั้น หมายความถึงกิจกรรมที่หดตัวลง ส่วนดัชนีผู้จัดการจัดซื้อภาคการผลิตลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.8 จุด จากระดับ 51.9 จุดเมื่อเดือนที่แล้ว บ่งชี้ถึงการเติบโตที่ชะลอตัวลงมา

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีน และประเทศต่างๆ ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างต่อเนื่อง และทำให้สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยในการลงทุน อย่าง พันธบัตรรัฐบาล และทองคำ มีราคาพุ่งสูงขึ้น ทั้งนักลงทุนยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เต็มใจที่จะถือครองหุ้นไว้ในช่วงสุดสัปดาห์

ตลาดยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบลุกลามไปยังเศรษฐกิจโลก

รายงานระบุว่า เศรษฐกิจโลกได้ดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดแล้ว แต่การฟื้นตัวยังคงมีความเปราะบาง ท่ามกลางความเสี่ยงในช่วงขาลง “ไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน

ขณะที่การผลิตได้หยุดชะงักลง และการเคลื่อนย้ายของแรงงานก็ได้ถูกจำกัด โดยมีแนวโน้มว่าประเทศอื่นจะได้รับผลกระทบเช่นกันในธุรกิจการท่องเที่ยว ซัพพลายเชน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI