ดูหนังออนไลน์
Business

ลงนามแล้ว! ยุติ ‘ค่าโง่ทางด่วน’ 5.8 หมื่นล้าน กทพ. เร่งถอนฟ้อง 17 คดี  



ลงนามแล้ว! ยุติ “ค่าโง่ทางด่วน” 5.8 หมื่นล้าน “การทางพิเศษฯ” เดินหน้าถอนฟ้องให้ครบ 17 คดีเดือนนี้ เพื่อเริ่มสัญญาใหม่ 1 มี.ค. 63

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.45 น. วันนี้ (20 ก.พ.) ณ ห้องประชุม 1 กระทรวงคมนาคม นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการ ฝ่ายปฏิบัติการ ในฐานะรักษาการผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และนางพเยาว์ มริตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ลงนามสัญญาโครงการระบบทางพิเศษ (ทางด่วน) ขั้นที่ 2 ฉบับแก้ไข และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ฉบับแก้ไข เพื่อยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างกัน

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า สาเหตุที่การทางพิเศษฯ และ BEM ต้องเร่งลงนามสัญญาในวันนี้ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต้องไปดำเนินการถอนคดีฟ้องร้องอีกหลายขั้นตอน เพื่อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 และสามารถเริ่มสัญญาใหม่ได้ทันทีในวันที่ 1 มีนาคม 2563 แต่ถ้าการถอนฟ้องไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด การทางพิเศษฯ ก็จะไม่จ่ายเงินส่วนแบ่งค่าผ่านทางให้ BEM จนกว่ากระบวนการแล้วเสร็จ

สำหรับแนวทางยุติข้อพิพาทคือ การทางพิเศษฯ จะขยายสัมปทานทางด่วนทั้ง 2 ฉบับให้ BEM เป็นเวลาสูงสุดวันที่ 15 ปี 8 เดือน และไปสิ้นสุดพร้อมกันวันที่ 31 ตุลาคม 2578 โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะยื่นถอนข้อพิพาททั้งหมด 17 คดี มูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท และไม่นำประเด็นทั้งหมดขึ้นมาฟ้องร้องกันอีก

นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการ ฝ่ายปฏิบัติการ ในฐานะรักษาการผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การทางพิเศษฯ จะนำมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องดังกล่าวและสัญญาที่ลงนามในวันนี้ยื่นให้อัยการ เพื่อให้อัยการไปถอนคดีฟ้องร้องระหว่างกันต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงนามสัญญาครั้งนี้ นางพเยาว์ มริตนะพร ไม่ให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม โดยกล่าวว่า ให้ยึดตามความเห็นของนายสุรงค์เป็นหลัก และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการถอนฟ้องคดีได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่า หากทั้ง 2 ฝ่ายดำเนินการถอนฟ้องไม่ทันตามเป้าหมาย จะดำเนินการอย่างไร นางพเยาว์ก็กล่าวว่า ไม่ขอตอบคำถามที่ยังไม่เกิดขึ้น ถ้าหากดำเนินการไม่ทันจริง ค่อยมาคุยกันอีกครั้ง

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE