World News

ลาวเดินหน้าสอบความเป็นไปได้เขื่อนแตกสร้างบกพร่อง

รัฐบาลลาวเตรียมตรวจสอบความเป็นไปได้ที่อาจเกิดข้อบกพร่องในการก่อสร้าง ที่ทำให้เกิดเหตุเขื่อนพังทลายลงมา จนกระแสน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมหมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 คน และไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียน รีวิว รายงานอ้างแหล่งข่าวในกระทรวงพลังงาน และเหมืองแร่ลาวว่า ระดับน้ำที่ขึ้นสูงจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก อาจไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เขื่อนที่สร้างเสร็จไปแล้วถึง 90% พังลงมา

แหล่งข่าวคาดว่า ทางการจะเริ่มต้นสอบสวนเรื่องนี้ในไม่ช้านี้ ซึ่งเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) ผู้พัฒนา และบริหารจัดการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำนี้ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทเกาหลีใต้ ไทย และลาว รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแล้ว

ทางด้านนายกรัฐมนตรีทองลุน สีสุลิด แถลงเมื่อคืนนี้ว่า ยังมีผู้สูญหายจากเหตุน้ำท่วมจากเขื่อนแตกในพื้นที่แขวงอัดตะปือจำนวน 131 คน ซึ่งก่อนหน้านั้น สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่อย่างน้อย 26 ราย และยังมีประชาชนอีกมากกว่า 3,000 คน รอการช่วยเหลืออยู่ มีการเผยแพร่ภาพ และคลิปวีดิโอ ที่แสดงให้เห็นภาพชาวบ้านติดอยู่บนหลังคาบ้านที่จมน้ำไปจนเกือบมิด

ทั้งนี้ เขื่อนที่แตกเป็น 1 ใน 5 เขื่อนดินย่อยที่สร้างขึ้นมาเพื่อกั้นน้ำโดยรอบเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย ซึ่งเป็นเขื่อนหลักสำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 410 เมกะวัตต์ โดยบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า สันเขื่อนดินย่อยดังกล่าวเกิดรอยรั่ว เพราะระดับน้ำที่เพิ่มสูง จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

ผู้ร่วมลงทุนรายอื่นๆ ในโครงการนี้ รวมถึง เอสเค เอนจิเนียริง แอนด์ คอนสตรัคชัน และโคเรีย เวสเทิร์น พาวเวอร์ ของเกาหลีใต้ และลาว โฮลดิ้ง สเตท เอนเตอร์ไพรซ์ ของลาว ซึ่งโครงการนี้มีกำหนดเริ่มต้นการผลิตกระแสไฟฟ้าในปี 2562 โดยเอสเค เอนจิเนียริง เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลักในโครงการมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์แห่งนี้ ถือหุ้นทั้งหมด 26% ส่วนราชบุรี และโคเรียน เวสเทิร์น ถือหุ้น 25% เท่ากัน

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight