Economics

ธอส.เดินหน้าโครงการ ‘บ้านล้านหลัง’ เพิ่มอีก 6 จังหวัด

ธอส. เดินหน้าโครงการ “บ้านล้านหลัง” 6 จังหวัดวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ด้าน “บีโอไอ” จ่อเตรียมประกาศหลักเกณฑ์ส่งเสริมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สร้างที่อยู่อาศัย

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยนายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายพูนศักดิ์ วาณิชวิเศษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายวิชัย ประเสริฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการ ดิ เอนทรีโอ ร่วมงานแถลงขับเคลื่อนโครงการบ้านล้านหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ล่าสุดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีผู้ยื่นขอกู้ 23,766 ราย วงเงิน 17,513 ล้านบาท ธอส.อนุมัติสินเชื่อแล้ว 22,463 ราย วงเงินกู้ 15,988 ล้านบาท ยอมรับว่ายอดอนุมัติสินเชื่อบ้านล้านหลัง 15,000 ล้านบาทต่อเดือน น่าจะทำให้ภายในปี 2563-2564 ยอดสินเชื่อจะครบ 50,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เตรียมประกาศหลักเกณฑ์ส่งเสริมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี สำหรับการสร้างคอนโดมิเนียมห้องชุดต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร บ้านแถวหรือบ้านเดี่ยวต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 70 ตารางเมตร กำหนดราคา 1.2 ล้านบาท รวมค่าที่ดิน สำหรับโครงการในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับบ้านต่างจังหวัด โดยโครงการลงทุนต้องได้รับความเห็นชอบจาก ธอส.ก่อนยื่นขอใช้สิทธิ์จากบีโอไอ ภายใน 30 ธันวาคมนี้ ดังนั้น ธอส.จึงเตรียมเจรจากับกระทรวงการคลัง เพื่อขยายราคาบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1.2 ล้านบาท สำหรับโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับมาตรการของบีโอไอ เพื่อดึงดูดภาคเอกชนสร้างบ้านเข้ามาอยู่ในโครงการรัฐบาลเพิ่มขึ้นนับหมื่นยูนิต

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เหลือเพียง 1% นับเป็นโอกาสเหมาะในการจูงใจและตัดสินใจซื้อบ้านมากขึ้น โดยยอดขอสินเชื่อเดือนธันวาคมปี 2562 จำนวน 12,700 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมียอด 11,000 ล้านบาท และเดือนกุมภาพันธ์ครึ่งเดือนมียอดถึง 7,000 ล้านบาท สำหรับโครงการบ้านล้านหลัง อนุมัติสินเชื่อแล้ว 15,988 ล้านบาท สะท้อนความต้องบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมีอยู่จริงในตลาดยังสูง และยังผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงแค่ 3,800 บาทต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) 50,000 บาทต่อราย จากผู้ลงทะเบียน 97,000 ราย จากโควตากำหนด 100,000 ราย ตามเงื่อนไขของโครงการบ้านดีมีดาวน์ และจดทะเบียนนิติกรรมจำนองภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 คาดว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศจะพร้อมลงทุนก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวิชัย ประเสริฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการ ดิ เอนทรีโอ กล่าวว่า หลังจากสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เฟสแรกจำนวน 170 หน่วย ชาวจังหวัดอุดรธานีสนใจเปิดโครงการเพียง 1 วันจองเต็มจำนวน จึงมีแผนขยายโครงการบ้านล้านหลังเพิ่มอีก 1,200 หน่วย ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น สกลนคร ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนภาคอีสาน

สำหรับโครงการบ้านล้านหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุได้มีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท กรอบวงเงินโครงการรวม 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) วงเงิน 50,000 ล้านบาท และสินเชื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยในส่วนของสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย ซึ่งแบ่งเป็นกรณีได้ไม่เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – ปีที่ 5 คงที่ 3.00% ต่อปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม (4 ฟรี) ได้แก่ 1.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน 3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และ 4.ฟรีค่าจดทะเบียน นิติกรรมจำนอง หรือ กรณีรายได้เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1- ปีที่ 3 คงที่ 3.00% ต่อปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564

ล่าสุดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ติดต่อยื่นคำขอกู้ 23,766 ราย วงเงิน 17,513 ล้านบาท และ ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าได้มีบ้านในฝันเป็นของตนเองแล้ว 22,463 ราย วงเงินกู้ 15,988 ล้านบาท ขณะที่กรณีสินเชื่อพัฒนาโครงการให้กู้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณสมบัติพร้อมกับปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดนำไปจัดทำที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหน่วย จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของหน่วยขายทั้งหมดในโครงการ อัตราดอกเบี้ย MLR – 1.25% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 5.875% ต่อปี) ซึ่งมีผู้ประกอบการได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 2 โครงการ วงเงินรวม 141.49 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ City Park Condo อาคาร B จำนวน 210 หน่วย ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการโดย บริษัท อีสาน พิมานกรุ๊ป จำกัด และโครงการ ดิ เอนทรีโอ ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น จำนวน 170 หน่วย ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดย บริษัท กรีนเมโทร จำกัด

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team