Business

‘ทอท.’ ลดค่าเช่าพื้นที่สนามบินช่วยคู่ค้า คาดกระทบรายได้ 3.2 พันล้าน

“บอร์ด ทอท.” ไฟเขียวหั่นค่าเช่าพื้นที่สนามบิน 6 แห่ง ช่วยคู่ค้าจาก “ไวรัสโควิด-19” ไม่ให้ต้องปลดพนักงานนับหมื่นชีวิต แต่ยอมรับกระทบรายได้ปีนี้ลดลง 3.2 พันล้าน

นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งในประเทศไทยเปิดเผยว่า วันนี้ (19 ก.พ.) ที่ประชุมบอร์ด ทอท.  มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการลดลงของผู้โดยสาร อันเกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19)

สำหรับมาตรการดังกล่าว จะปรับลดค่าตอบแทนด้านกิจการเชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยาน โดยมีระยะเวลาระหว่าง 1 กุมภาพันธ์ 2563 – 31 มีนาคม 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นการบริหารจัดการตารางบินที่ได้เริ่มใช้ไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย

  1. ปรับลดค่าผลตอบแทนสำหรับสัญญาที่มีผลตอบแทนคงที่รายเดือน ในอัตรา 20% เป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 – 31 มกราคม 2564 สำหรับปีถัดไป ทอท. จะทบทวนอัตราการปรับลดดังกล่าวอีกครั้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์
  2. สำหรับสัญญาที่ไม่ได้มีผลตอบแทนคงที่ ให้ยกเว้นการเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี โดยคงไว้เพียงผลตอบแทนในรูปแบบส่วนแบ่งรายได้ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 – 31 มีนาคม 2565
  3. สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การร่วมทุนของรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (PPP) พิจารณาเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

รายได้ลดลง 3.2 พันล้าน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ในระยะวิกฤต บอร์ด ทอท. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยานของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง สำหรับผู้ประกอบการปัจจุบันที่ร้องขอการผ่อนผันเข้ามา เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน

พร้อมทั้งยกเว้นค่าปรับจากการขอเลื่อนชำระ ภายหลังจากผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากยอดผู้โดยสารที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการ ในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว จนอาจนำไปสู่การยกเลิกกิจการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานท้องถิ่นและอัตราการว่างงานของประเทศได้

ทั้งนี้ ทอท. แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการดังกล่าว จะส่งผลให้รายได้ของ ทอท. ในปีงบประมาณ 2563 ลดลงประมาณ 5% เมื่อเทียบกับรายได้จากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 คิดเป็นวงเงินที่ลดลงประมาณ 3,249 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมรายได้จากค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC) ที่จะลดลงตามจำนวนผู้โดยสาร

เห็นชอบ ‘คิงเพาเวอร์’ คว้าพิคอัพเคาน์เตอร์

นายประสงค์กล่าวต่อว่า บอร์ดยังมีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนด้านสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนงบประมาณในวงเงิน 21.82 ล้านบาท ให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายด้วยระบบอินฟราเรด (Thermoscan) จำนวน 17 เครื่อง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานไป จนถึงการรับมือโรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่ในอนาคต นำไปสู่ความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติทั้งในด้านสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งโรคนี้ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจชาติและความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

ขณะเดียวกันบอร์ดมีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกผู้ประกอบกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่มีบริษัท คิง เพาเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล และได้บริหารสัญญา Pick-up Counter ระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2573

โดยบริษัท คิง เพาเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee) ปีแรกสูงกว่าที่ ทอท. เคยได้รับอยู่เดิม และสูงกว่าที่ ทอท. คาดหมายแล้ว ค่าตอบแทนดังกล่าวจะถูกปรับขึ้นทุกปีให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อที่อ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์ และการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ตลอดอายุสัญญา ทั้งนี้ ทอท.จะเปิดให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากรควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรรายอื่นตามนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน มิให้เกิดการผูกขาดในการดำเนินการต่อไป

ช่วยลูกจ้างนับหมื่นไม่ให้ตกงาน

รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ของ ทอท. เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า ทอท. มีคู่ค้าจำนวนมาก ถ้าหากคู่ค้าไม่สามารถอยู่ได้ ก็จะทำให้เกิดการเลิกจ้างงานจำนวนและทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องลดผลตอบแทนของ ทอท. ลง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องปลดพนักงาน

สำหรับผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการในครั้งนี้ก็คือ คู่ค้าเชิงพาณิชย์ใน 6 สนามบินที่มีลูกจ้างรวมกว่า 4 พันคน และผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling Service) ที่มีลูกจ้างประมาณ 6 พันคน

มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมถึงบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ชนะการประมูลกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (Duty Free) และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่จะเริ่มสัญญาในวันที่ 28 กันยายน 2563 ด้วย

โดยก่อนหน้านี้ คิงเพาเวอร์ เป็นผู้ที่ยื่นเสนอผลตอบแทนขั้นต่ำให้ ทอท. สูงที่สุด ในอัตราจำนวนเงินเรียกเก็บค่าผลตอบแทนขั้นต่ำรายปี ปีแรกเป็นจำนวนเงิน 15,419,000,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) อีกทั้งยังกำหนดจ่ายส่วนแบ่งรายได้ (revenue sharing) อย่างต่ำ 20% ตลอดสัญญา 10 ปี

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE