Business

‘ครม.’ ถกยาว 2 ชั่วโมง ก่อนไฟเขียวขยายสัมปทานทางด่วน ‘BEM’ 15 ปี

“ครม.” ถกยาว 2 ชั่วโมง ก่อนไฟเขียวขยายสัมปทาน “BEM” 3 สัญญา เป็นเวลา 15 ปี 8 เดือน แลกยุติข้อพิพาทกับการทางพิเศษฯ 17 คดี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (18 ก.พ.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาเรื่องการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางพิเศษ (ทางด่วน) ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนมีมติเห็นชอบร่างสัญญายุติข้อพิพาทตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ

เนื่องจากผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า ถ้าหากปล่อยให้ข้อพิพาทดำเนินต่อไป ก็จะมีการตัดสินคดีสุดท้ายในปี 2578 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ทุนทรัพย์หนี้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 แสนล้านบาท ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้แพ้หรือชนะคดี

ขณะเดียวกันถ้าการเจรจายังไม่แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งสัญญาทางด่วนขั้น 2 จะหมดอายุ ก็จะไม่สามารถเจรจายุติข้อพิพาทด้วยวิธีขยายสัมปทานได้อีก เนื่องจากกฎหมายร่วมทุน (PPP) ฉบับใหม่กำหนดให้นำสัมปทานทางด่วนที่หมดอายุ ไปเปิดประมูลใหม่เท่านั้น ดังนั้นจึงต้องเร่งนำเรื่องมาพิจารณาในวันนี้ ซึ่งเป็นโอกาสดีในการ Set Zero ยุติข้อพิพาทและเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

สำหรับแนวทางการยุติข้อพิพาทในครั้งนี้คือ การทางพิเศษฯ จะขยายสัญญาการบริหารและจัดเก็บค่าผ่านทางทางด่วน 3 ฉบับของ BEM เป็นระยะเวลาสูงสุด 15 ปี 8 เดือน เพื่อให้สิ้นสุดสัญญาพร้อมกันในวันที่ 31 ตุลาคม 2578 โดย BEM และการทางพิเศษฯ จะถอนข้อพิพาททั้งหมด 17 คดีและไม่นำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นมาฟ้องร้องกันอีกในอนาคต

ด้านโครงการก่อสร้างและปรับปรุงทางพิเศษชั้นที่ 2 (Double Deck) เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรนั้น กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้บรรจุไว้ในร่างสัญญาฉบับใหม่นี้ แต่จะมีการศึกษาโครงการสร้าง Double Deck ระยะทาง 17 กิโลเมตร และศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ภายในระยะเวลา 2 ปี หากขณะนั้นพบว่าโครงการเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ไม่มีผลกระทบ ก็ให้กลับมาเสนอขอ ครม. เพื่ออนุมัติให้ BEM เป็นผู้ลงทุนทั้งหมดต่อไป

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การทำสัญญาฉบับใหม่นี้ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อลงนามสัญญาภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อทำให้สัญญาต่อเนื่องกันทันที

ส่วนเงื่อนไขของส่วนแบ่งรายได้ ยืนยันว่ายังคงในสัดส่วนเดิม คือ การทางพิเศษฯ ได้รับส่วนแบ่ง 60% และ BEM ได้ส่วนแบ่ง 40% นอกจากนี้ภายใต้สัญญาใหม่ BEM ยังมีสิทธิในการเจรจาต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี แต่รัฐฯ ก็มีสิทธิในการพิจารณาไม่ต่อสัญญาก็ได้

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE